Fatal Frame Based on a True Story (part 1)

posted on 04 Mar 2009 17:12 by 8i8-nobara-8i8 in GAMES

 

Fatal Frame

Based on a true Story

 

 สวัสดีคุณผู้อ่านทุกท่านครั้งนี้ Jinsnก็กลับมาพร้อมกับเนื้อเรื่องอย่างละเอียดของFatal Frame (ที่เป็นจุดขายของเกมส์นี้ก็ว่าได้ ซึ่งมันมัส์ก็ตรงที่ย้อนไปเรื่องในตำนานเมื่อหลาย 10 ปีของคนญี่ปุ่นเค้า) ซึ่งหลังจากตรากตรำเล่นจนจบด้วยตัวคนเดียวอีกครั้ง มีเพื่อนที่ชื่อ Rie แอนด์ Her bf มาให้กำลังใจ ตอนจะสู้กับ Boss ตัวสุดท้าย(ไม่ค่อยจะช่วยเป็นขวัญกำลังใจเล้ยยย...ก็นะกลัวผีกันทั้งคู่ ขั้นโค..OOPS ! ไม่เผาเพื่อนแล้วคะ)

ภาคนี้ก็ออกมานานมากแล้ว (จนชั้นเล่นภาค 3 จบไปแล้ว)ก็ดันไม่เจียดตังค์ตัวเองซื้อสะสมเก็บไว้ หน้าด้านไปขอยืมเพื่อนผู้ชายมาเล่น (งกเข้าขั้นเทพ)

ไม่ประจารณ์ตัวเองต่อแล้วคะ (^_^);...เข้าเนื้อเรื่องเลยดีกว่า

 

ภาค 1 นี้ เนื้อเรื่องดำเนินต่อจากภาคสองที่ Yae หนีออกมาจาก หมู่บ้าน All God สุดเซ็งนั่นได้ ด้วยความช่วยเหลือเล็ก ๆ น้อยของ Munakata Ryozo หนุ่มกรุงที่เข้าไปสำรวจหมู่บ้านกับศาสตราจารย์ Makabe เพื่อนซี้ของผู้ผลิตกล้องถ่ายผี Obscura ที่จะได้เห็นในทุก ๆ ภาคของ Fatal Frame

(เห็นแล้ว อยากซื้อมาใช้บ้าง กล้องสวยแปลกดี) ที่ทุรังสังขารเข้าไปช่วย 2 สาวฝาแฝด Yae และ Sae (ใจจริงแล้วอยากได้ เธอไว้ทั้งสองคนละสิท่า ไอ้หนุ่มฮ็อต : สังเกตดูได้จากสีหน้าตอนเจอกันครั้งแรกในภาค 2) แต่สุดท้ายก็ได้มาแค่คนเดียวคือ Yae หลังจากที่หนีออกมาได้วันนั้น ทั้งสองก็เดินทางเข้าไปในหมู่บ้านอีกครั้งและพบว่าทุกคนในหมู่บ้านซี้แหงแก๋กันหมด

 Yae ก็ได้แต่ยืนร้องไห้พร่ำขอโทษ Sae ที่ทิ้งหนีเอาตัวรอดมาคนเดียวกับผู้ชาย(ที่Saeแอบชอบด้วยเหมือนกัน)

หลังจากนั้น Ryozo ก็เลี้ยงดู Yae เป็นอย่างดีจนแต่งงานกัน มีลูกชื่อMikoto ซึ่งเป็นยายของตัวเอกภาค 1 และเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตของภาคนี้ด้วยคะ

และมีลูกชื่อ Miyuki Hinasaki (คาดว่าช่วงที่ Miyuki เป็นผู้ใหญ่แล้ว น่าจะเป็นช่วงที่ 2 สาวฝาแฝด Mio และ Mayu Amakura เข้าไปในหมู่บ้าน All God พอดี)

และแต่งงานมีลูกอีก 2 คน ชื่อ Mafuyu กับ Miku (<-คนนี้ตัวเอกของภาคนี้)

 (สรุปความสัมพันธ์ของตัวละครอย่างคร่าว ๆ คะ)

 

หลังจากที่ Ryozo สูญเสีย Makabe ไปแล้ว เค้าได้ตัดสินใจศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับที่เป็นตำนาน และทำการพิสูจน์ให้ชาวญี่ปุ่นนั้นได้รู้ว่า สิ่งที่ชาวบ้าน(เทคโนโลยียังไม่เข้าถึง เหมือนในไทยบางแห่ง)เค้าล่ำลือ และทำพิธีกรรมแปลก ๆ เป็นเช่นไร มีจริง ทำจริง ! สืบทอดความตั้งใจต่อของ Makabe ผู้กลายเป็น Kusabi โดยไม่ได้ตั้งใจ(ไม่มีใครอยากเป็นหรอกเฟร้ยยย !!)

 และสุดท้ายเค้าก็ได้พบกับสถานที่ที่ถูกใจตามสไตล์พวกบ้าไสยศาสตร์

นั้นคือ Himuro Mansion ในป่าเขาแห่งหนึ่ง ซึ่งเค้าได้ยินมาว่ามีการทำพิธีที่ใช้หญิงสาวพรหมจรรย์(เรื่องสาวนี่ Ryozo บ่พลาดคะ)เป็นเครื่องสังเวยแบบแปลก จึงไปสำรวจด้วยตัวคนเดียวก่อน โดยถามทางชาวบ้านแถวนั้นไปเรื่อย และทำการศึกษา และอะนะด้วยความใหญ่โตมโหฬาร กินฟรีอยู่ฟรี มีที่ไหนไม่ชอบ หอบพา Yae แอนด์ลูกสาว Mikoto มาอยู่ด้วย และYae ก็เห็นดีเห็นงามด้วย มีความสุข และน่าจะเป็นที่ที่ทำให้ Mikoto มีความสุขมากด้วยเช่นกัน เพราะเธอจะได้มีที่วิ่งเล่นใหญ่ ๆ และเพื่อนที่เป็นเพื่อนบ้านข้างเคียงแถวนั้นอีกมากมาย

เมื่อครอบครัว Munakata เข้ามาอยู่นาน ๆ Mikoto ก็มีเพื่อนซี้ 4-5 คน วันหนึ่งMikotoเล่นอยู่กับเพื่อน เกมมีชื่อว่า Demon Tag (หรือตามภาษบ้านเราคือ "ซ่อนแอบ") Mikoto ไปแอบในแมนชั่นแล้วก็ไปเจอเด็กคนหนึ่งใส่ชุด kimono สีขาว (คาดว่าเป็น Sae ที่ตายไปแล้ว ช่วงนี้ MioกับMayu ยังเป็น Baby) ถือกล้องแปลก ๆ อันหนึ่งมาให้ เธอจึงรับมา แล้วเอากลับไปให้ Yae ดู

(ห้องใน Himuro Mansionของจริง..สวยนะเนี่ย "ถ้าไม่ร้าง")

Yae นั้นสงสัยว่า Mikoto ไปเอากล้องนี้มาจากตรงไหนของแมนชั่น ก็ทราบความว่าได้มาจาก เด็กใส่กิโมโนขาวเธอจึงขอMikoto ดู แต่ก็ไม่ให้ดู Yae จึงบอกให้เธอนั้นเอาไปคืนเจ้าของซะ

แต่..อานะ คนเป็นแม่ต้องมีสเน่ห์แพรวพราวหรือความสอดรู้สอดเห็น แอบบอกให้ลูกตายใจแล้วไปเอากล้องมาดูทีหลัง ซึ่ง Yae ก็ทำเช่นนั้นคะ เมื่อเธอมองดูแล้ว กล้องนี้ก็ดูไม่มีอะไรพิเศษมากมายคงจะมีคนที่เคยเข้ามาสำรวจที่นี่ก่อนที่พวกเขาจะมา แล้วลืมเอาไว้ก็ได้ 

(เอิ่มมม...ถ้าเป็นของจริงก็น่าจะประมาณนี้..ก็OK ถ่ายติดผีก็ดีแล้ว)

หลังจากนั้นชีก็บ้าถ่ายรูป ถ่ายไปทั่ว แล้วก็ลองเอาไปใช้ถ่ายคนด้วย คือ วันหนึ่งเธอบอกให้ Mikoto เรียกเพื่อน ๆ ของเธอที่เล่นด้วยกันมาถ่ายรูปหมู่ แต่เมื่อถ่ายแล้ว มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งใส่กิโมโนสีขาวยืนอยู่ในภาพหมู่นั่นด้วย Yae สงสัยว่าจะเป็นคนที่Mikotoบอกจึงไล่ถามเด็กที่เล่นกับลูกสาวไปทั่วว่า เคยเห็นหรือมีใครรู้จักเด็กในภาพมั้ย แต่ก็ไม่มีใครรู้

เมื่อนานวันเข้าเธอเริ่มถ่ายรูปติดอะไรประหลาด ๆ มองไม่รู้เป็นรูปอะไรมากขึ้น Yaeให้สัญญากับตัวเองว่าจะต้องไม่ให้Mikotoเห็นภาพที่เธอถ่ายได้เป็นอันขาด เพราะมีบางสิ่งบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น เธอสามารถรู้สึกได้ จนสุดท้ายก็เห็นเป็นรูปเป็นร่างด้วยตาเปล่า ไม่ต้องพึ่งกล้อง(แล้วครับพี่น้อง!) พร้อมกับความทรงจำเก่า ๆ ที่เธอได้สูญเสียไป เพราะเสียใจอย่างแรงที่เสียคู่แฝดคนน้อง(ตามหมู่บ้าน All God) Yae เริ่มป่วยหนักขึ้นเรื่อย ๆ Ryozo จึงตัดสินใจจะพาYae และ Mikoto ไปเดินเล่นเพื่อจะทำให้อะไรดีขึ้น Yae มีความสุขมากที่ได้มาเดินเล่นกับครอบครัวนี้แต่มันก็มีผลแต่ก็แค่ชั่วครั้งชั่วคราวและก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม

และในภายหลังMikotoทันล่ห์เหลี่ยมแม่เธอเองจึงพยายามทวงกล้องนั้นกลับ

วันถัดมาMikotoเล่นซ่อนแอบกับเพื่อนอีก และได้หนีไปซ่อนตัว พร้อมกับเอากล้องObscuraไปด้วย เมื่อถึงเวลาเย็นเด็ก ๆ ทั้งหลายก็แยกย้ายกันกลับบ้าน Yae ผู้เป็นแม่ก็ไม่เห็นลูกตัวเองกลับมาซะที จึงถามเด็กคนอื่น ๆ ว่า เห็นMikotoมั้ย เด็ก ๆ ก็บอกว่าไม่เห็นอาจจะโดนปีศาจจับตัวไปก็ได้ Mikoto นั้นหายตัวไป 10 วันเต็ม...

จากความคิดของเด็กคนหนึ่ง(ท่าทางจะเป็นผู้ชาย)ที่เล่นด้วยบอกว่า เค้าคิดว่า Mikoto คงอาจจะเลิกเล่นไปนานแล้วเพราะว่าเพื่อนของเธอหาเธอไม่เจอซะที ก็คงจะกลับบ้านไปหา Yae แล้ว พวกเค้าเพียงแค่เล่นซ่อนแอบเท่านั้นไม่ได้(ด้วยความรู้สึกผิดและกลัวว่าMikotoตายอะนะ) ตั้งใจให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น Mikoto เล่นเป็นคนหา และสันนิษฐานออกนอกเรื่องว่า Mikoto จะตามหาเค้ามั้ย ถ้าหาก Mikoto หาเค้าเจอ เค้าจะลองถามเธอดูว่าชอบเค้าใช่รึเปล่า

3 วันที่Mikotoหายไปนั้นYae นั้นทบทวนความคิดของตนเอง ทุกสิ่งทุกอย่างแปลกมากตั้งแต่พวกเราย้ายเข้ามาอยู่ในแมนชั่นนี้ และก็ตั้งแต่ได้กล้องนั่นมา และเริ่มจะเสียสติเข้าไปทุกที เธอจะต้องไม่คิดถึงเรื่องแบบนี้อีก

จนสุดท้ายแล้วสติเธอก็บั่น ด้วยความเป็นแม่กระวนกระวายตีโพยตีพายบ้านแตกร้องไห้โทษตัวเอง ว่าเป็นความผิดของเธอเองที่ทำให้ Mikoto ต้องหายตัวไปแบบนี้ ถ้าเธอไม่หนีออกมาจากหมู่บ้านAll God และก็ไม่เอากล้อง Obscura มาถ่าย(เล่น)อย่างงี้(อย่างที่คนโบราณเขาว่า "อย่ารับของคนแปลกหน้า" ยังคงใช้ได้ดีกับเกมสนี้คะ! ท่านผู้อ่านเอาไปใช้ได้นะคะในความเป็นจริง เดี๋ยวเผลอไปรับของโจรเดี๋ยวจะซวยนะคะ !) (ในระหว่างที่ Mikoto หายไป Ryozo สามีเธอไปทำงานที่อื่นคะ) เธอจึงใจเด็ดตัดสินใจเขียนจดหมายลาตายถึง Ryozo

"ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของเธอเอง เป็นเพราะเธอให้กล้องที่เธอได้มากับMikotoเอาไปใช้ในวันที่เธอหายไป และตอนนี้วิญญาณก็ได้พาเธอไปจากพวกเราแล้ว มันเป็นความผิดของฉันทั้งหมด ฉันขอโทษ"

และ Yae ก็ผูกคอตายกับต้นไม้ในสวนหลังบ้านตัวเอง พอดีกับที่ Ryozo นั้นกลับมาที่Mansion อีกครั้งแบะได้พบจนหมายลาตายของ Yae จึงได้เดินไปในสวนและพบกับYaeที่ผูกคอตาย

Ryozoรู้แล้วว่าวิญญาณที่อยู่ในแมนชั่นแห่งนี้จ้องทำร้ายพวกเค้า และRyozoจึงพยายามต่อสู้กับมัน แต่ก็รู้ว่าวิญญาณเหล่านั้นเริ่มแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ จนเค้านั้นชักเริ่มจะไม่ไหว สุดท้ายแล้ว Ryozoก็เดินลงไปใช้นใต้ดินของMansionซึ่งมีประตูบานใหญ่ ที่เชื่อว่าเป็น Hellish Abyss หรือ ประตูนรก หรือห้วงนรกก็แล้วแต่

(*เพิ่มเติม : Hellish Abyss นั้นไม่ได้มีอยู่แค่อันเดียวที่ All God เท่านั้นแต่ เค้าได้บอกว่ามีอีกหลายอันเหมือนกันด้วยแต่ว่าใครจะดวงซวยไปสร้างตรงที่มีก็เท่านั้นเองแหละคะ)

เมื่อ Eyozoได้ไปยืนตรงหน้าประตูนั้น ทันทีที่เขาจะเดินเข้าไปก็มีวิญญาณมากมายออกมาจากประตูบานนั้นแล้วดึงร่างของRyozoเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งด้วย นี่จึงเป็นจุดจบของ Ryozo

ต่อมา Mikoto นั้นได้ถูกพบในแมนชั่นHimuro ในสภาพที่ดูเหนื่อยแต่สุขภาพยังแข็งแรงดี โดยตำรวจนั้นได้นำตัวเธอไปพักฟื้นและรอจนกว่าจะแข็งแรงดี แล้วจึงถามถึงเด็กอีกสามคนที่หายไป

หลังจากวันที่Mikotoหายไปผู้ปกครองของเด็ก (Yaeและryozo)ได้หายไปแล้ว ตำรวจจึงจำเป็นต้องหาครอบครัวอุปถัมภ์ให้

หลังจากนั้นMikotoก็ได้รับการอุปถัมภ์จากนายHinasakiเพื่อนสนิทของนายRyozo Munakata ที่ยังคงหายไป(<-เขียนตามข่าวที่พบในเกม หรือที่เรารู้กันว่า Death ไปแล้วแน่นอน!จากที่Jinsnพิมพ์ข้างบน) หลังจากวันที่Mikoto ถูกพบตัวแล้วตำรวจได้ทราบว่าเธอนั้นจำอะไรไม่ได้เลยตอนที่เธอหายไปว่าหายไปที่ไหน และเด็กอีกสามคนที่เล่นกับเธฮก็ยังคงหายสาบสูญ

.....ต่อมาหลายปี จนMiku และ Mafuyu โตแล้ว.....

 Mafuyu นั้นได้ศึกษาเกี่ยวกับแนวไสยศาสตร์(พวกเดียวกับMakabe อีกตัว) เหมือนกันและมีเพื่อนสนิทเป็นนักเขียนชื่อ Junsei Takamine จากการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้แล้ว Mafuyu ก็เจอเรื่องของ Himuro Mansion และลองเอาให้เพื่อนอ่านดู จน Jusei เกิดแรงบันดาลใจ จะเขียนเรื่องให่แต่คนละสไตล์จากที่เค้าเคยเขียนไว้ก่อนหน้านี้ โดยโครงเรื่องคร่าว ๆ ของโครงงานการเขียนของ Junsei มีดังนี้หะ...

เนื้อเรื่องเกี่ยวกับการฆาตกรรมในประเทศ ศพที่ฟื้นคืนชีพขึ้นตามกันมา ฆาตกรรมที่เหมือนกับในตำนานของพิธีกรรมที่โหดเหี้ยมของชินโต การแสดงของตัวละครที่ออกมานั้นจะด่าจิตใจที่แก้แค้น และมีความเกี่ยวเนื่องที่แปลกประหลาดระหว่างการกระทำและนิทานพื้นเมือง ตัวละครนี้จะมีความใฝ่รู้และได้รับอิทธิพลจากตำนานพื้นเมืองทั้งหลาย งานของเค้านี้จะเป็นเรื่องราวของตัวละคร การดำเนินเรื่องนั้นจะควบคู่ไปกับนิทานหรือเรื่องเล่าของวิชาพิเศษที่เกี่ยวกับท้องถิ่นนั้น บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุหารณ์หลังจากที่แผ่นดินไหว เรื่องราวที่ต้องการรู้นั้นจะค่อย ๆ จางเขตแดนระหว่างโลกปัจจุบันและอดีต(เริ่มเข้าConceptเรื่องที่เป็นจริงของภาคนี้คะ)

(Junsei Takamine)

หลังจากที่เขียนและคิดConcept คร่าว ๆ ข้างบนแล้ว Junsei ก็เริ่มหาข้อมูลและจดบันทึกลงดังนี้คะ

ในวันที่ 24 ก.ค. - เกี่ยวกับ Himuro Mansion เป็นที่รู้จักกันเสมือนเป็นบ้านของเจ้าของที่ดินขนาดใหญ่ที่ควบคุมในบริเวณนั้น แต่ก็มีหลายคนพูดว่าเป็นแค่สถานที่ธรรมดาแห่งหนึ่งที่สร้างไว้เพื่อเตรียมสาวพรหมจรรย์ที่จะต้องเตรียมไว้สำหรับทำพิธีทางชินโต และผ่านไปรุ่นหนึ่งไปอีกรุ่นหนึ่ง แต่คนในเวลานั้นได้เก็บพิธีกรรมนี้ไว้ในส่วนลึก เป็นความลับที่ดำมืด พวกเขานั้นไม่พูดถึงมันด้วยเสียงอันดังดังปกติ ในปัจจุบันนี้ไม่มีพิธีกรรมที่ทำเช่นนั้นอยู่จริง เป็นเพียงตำนานเรื่องเล่าที่รู้เพียงตื้น ๆ จากปากต่อปาก

(Tomoe & Ogata)

และJunseiก็ได้เดินทางไปยังHimuro Mansion พร้อมกับเลขาของเค้า ชื่อ T