Purikura-Queen <3

posted on 18 May 2009 21:46 by 8i8-nobara-8i8 in FRIENDS

+Sawadeeeeee Kaaaaa+

 

กลับมาจากญี่ปุ่นทั้งทีก็ต้องมีอะไรมาให้ดูอีกคะ !! คงไม่แปลกใหม่อะไรสำหรับวัยรุ่นไทยสมัยนี้หรอกคะ(จิ๊นซ์ก็ด้วยเหมือนกัน !!! XD)

ชื่อTitleก็บอกอยู่แล้วว่าเกี่ยวกับอะไร ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นได้นั่นคือ

"PURIKURA"

 

ตู้สติ๊กเกอร์ทันสมัย ฮ็อตฮิตที่ญี่ปุ่นมาก ๆ ขนาดที่ว่าไม่ว่าจะไปที่ใดก็ต้องมีตู้Purikuraเสมอคะ(ถ้าเทียบก็คงเป็น SevenEleven บ้านเราเนี่ยแหละคะ

และคงอยากรู้เข้าไปอีกหล่ะสิท่า~* ใครกันหว่าที่เป็นเจ้าแม่Purikura....คือไม่มีหรอกคะ ^^; แบบว่าตั้งชมตัวเอง แอนด์ เพื่อน ๆ ที่รักเท่านั้นเองคะ (โดนกระทืบแน่งานนี้....;;;;)

แต่อย่างจิ๊นซ์ซะอย่างไม่มีโกหกหรอกคะว่า สวยเริดเพริศพริ้งโอเว่อร์เหมือนกับคนอื่น ๆ เค้าทำกัน(ไม่รู้ว่าใครแต่พูดไปก่อนแล้วกัน เพราะมันมีพวกคนประเภทนี้เยอะในทุกชนชาติ) เพราะว่ามันสวยจริงคะ !!! (^//////^) (ชมตัวเองหน้าด้าน ๆ)

และนอกจากนี้ก็มีการเล่าถึงสภาพที่ญี่ปุ่นที่ตนได้ไปประสบพบพานมาคะ เรื่องตู้Purikuraทุกคนอาจจะคิดว่าธรรมดา แต่ขอ Said คะ ว่าถ้ามันอยู่ที่ญี่ปุ่น งานนี้มีของแปลกแน่นอนคะ ! FUNFlaG !!!

ไม่พูดให้ยืดเยื้ออออออ....ไปดูกันเลยคะ

.....

 

ภาพชุดที่1 นี้... คาดว่าน่าจะถ่ายที่ Ueno ชั้นใต้ดินที่ไหนสักแห่ง ^^;; คือไปซื้อของสดก่อนกลับหออะคะ เพราะในวันรุ่งขึ้นเนี่ยต้องไปทำอาหารเลี้ยงเด็กญี่ปุ่นที่โรงเรียนเค้ารับเรามากกว่า 50 คนแน่นอน !!!

แต่ก่อนหน้านั้นเค้าก็ให้เราแนะนไตวในห้องประชุม เราก็แบบ ...เวรรรแล้วววว 100กว่าคน ทั้ง ม.ต้น ม.ปลาย แบบไทยแหง ๆ...(มีหยาบนิด อย่าคิดมากคะ เพื่อเข้าถึงอารมณ์ของผู้พิมพ์นะคะ ^^; อ่านดูเพื่อความบันเทิง) แต่พอเข้าไปในหอประชุมเค้าแล้วมีแค่ ชั้น ม.4 คะ 5555+ บุญยังมี แค่นี้โอเคไม่เป็นไร แล้วก็ด้วยความสงสัยคะ จุงหันไปถามครูที่มาคุมนักเรียนแลกเปลี่ยนด้วย...

"แล้วเด็กชั้นอื่นเค้าทำอะไรกันอยู่อ่ะ ครูพลอย ไม่ต้องมานั่งฟังด้วยเหรอ ไปอยู่ที่ไหนอ่ะ" (วันนั้นเป็นวันเสาร์คะ ที่โรงเรียนญี่ปุ่น นามว่า "จุนเต็น" นั้น เค้ามีให้เด็ฏเข้าชมรมแล้วก็มีเรียนตอนวันเสาร์ด้วยแต่แค่ครึ่งวัน หรือเต็มวัน (แล้วแต่ชั้นคะ))

แล้วก็ได้คำตอบที่เล่นเอาขาสั่นกันถ้วนหน้า...+หน้าซีด ดีนะชั้นทาปากมา(ก็แค่ลิปมัน ไม่ได้ช่วยเลยยยย)

"อ๋อ..ชั้นอื่นเค้าดูพวกเราแนะนำตัวผ่านทางจอทีวีอ่ะ"

...เวรกรรม นึกว่าจะรอด กรรมหนักกว่าเก่าอีก My Goshhhhh !!! ดูผ่านทีวรจอแบนความกว้างยาวน่าจะประมาณ 32 นิ้ว หรืออาจมากกว่านั้น(จากเท่าที่เห็นมาตอนเข้าชั้นเรียน เรียนร่วมกับเด็ก ม.ปลาย ชั้น ม.5 ถ้าเทียบกับไทย และนี่ก็มีเรื่องเล่าอีก เป็นตอนที่เห็นสันดานดิบเด็กม.ปลายญี่ปุ่นอย่างแท้จิง ธาตุแท้* อยากทราบติดตามตอนหน้าคะ มีเรื่องมันส์ ๆ มาเม้าท์มากมาย อยากจะระบายให้ทุกคนรู้สึก Hurt Sad Sick F**k Happy ไปพร้อม ๆ กันคะ)

ภาพบรรยากาศตอนกำลังเครียด...

 

...เนี่ยแหละหน๋อ...ความซวยไม่เคยปรานีใคร...

แล้วก็ไหน ๆ ก็ตายดาบหน้ามาขนาดนี้แล้ว ก็ลุยมันเลย เดินขึ้นเวทีคนแรก (วางแผนเรียบร้อย "ถ้าราขึ้นคนแรก ๆ ไอ้ไมค์นรกนั้นก็จะไปตกกับคนที่ขึ้นมาคนสุดท้ายย ^^)

แต่เกมส์ดันกลับผลิกผันคะ !!! โดนคนแรกเลย !!! (แม้งงงง....อุตส่าห์ทำหน้าไม่รู้เรื่อง เหอะ ? หะ ? สุดฤทธิ์) แต่ก็เห็นแววว่าจะไม่รอดแล้วตั้งแต่ครูที่คุม 2 คนบอกปัดให้เด็กพูดก่อนนนน

ฟายยยยยยคะ !!! เอาหล่ะ....ไหน ๆ ก็จะโดนคนแรก รีบทำให้มันจบโดยเร็วที่สุดคะ ท่าตอนพูดเลยออกมาเช่นนี้แล ...

แหมมมม !!!! พอจับไมค์ปั๊บ ทุกคนก็เงียบปุ๊บ ฟายยยยย(อีกรอบ) เอาหล่ะ  ตายอายก็ตรงเนี้ยแหละต่อหน้าสายตานับ 1000 คู่ ดังแน่คราวนี้ อีจิ๊นซ์...=_=;;;;;

สุดท้ายก็พูดได้อย่างที่เขียนสคริปไว้...(^v^) รอดคะ (TTvTT) แต่ท่าถือไมค์ก็ออกมาแปลกเช่นนี้แล...

 

(ยืนพูดพยายามยิ้มสุด ๆ แล้ว อู๋กำลังนึกสคริป+เริ่มเครียด ตองเครียดจนหน้าแหยเลยอ่ะ !)

 

กลับมาที่เรื่อง Purikura คะ พอออกนอกเรื่องนี่ยาววววจนหยุดไม่อยู่...ขอโทดคะ

 

 

จากซ้าย.... นิ้ม(สวยมั้ยหล่ะคะ เพื่อนขั้นนนน!) ถัดมาก็จิ๊นซ์คะ(แต่เพื่อนในคลาสเรียนญี่ปุ่นเรียกว่า "โอบะ" ที่แปลว่า"ป้า"คะ) ส่วนขวา ปั๋น (คนที่เรียกชื่อคุณเธอได้ต้องเป็นคนที่รู้จักเธฮในโรงเรียนเท่านั้นคะ คนอื่น NO WAY !) หรือที่รู้จักกันดี(จิ๊นซ์ก็saidอยู่บ่อย ๆ) Rie คะ!
อันนี้ยืนยันว่ามาที่ญี่ปุ่นแน่คะ (นิ้มเขียนคะ) มีเติมดอกให้ที่หูด้วย คิดเหรอว่าชั้นจะเหมือนเงาะป่า****
อันนี้แต่งไม่ทัน และไม่รู้จะแต่งยังไงดี ดูเสื้อแต่ละคนสิคะคนละแนวววววเลยยยหะ !เห็นว่าตัดกันอย่างชัดเจน
คริ ๆ สวยหะ (^-^)v ไม่คิดว่าถ้าใส่แว่นแล้วจะขึ้นเช่นนี้กันหมดสามคน

รูปนี้เจ๊ริเอะ แอ๊บสุด ๆ คะ

 

ปิดท้ายเซตนี้ด้วยภาพน่าประทับใจ ที่เลือกเอาไว้ให้คนอื่นโหวตต่อ ๆ

 

อธิบายเรื่องตู้ต่อคะ...

ที่ญี่ปุ่น(ที่ไทยก็มีบางตู้แล้ว) ที่เมื่อถ่ายเสร็จจะให้เลือกรูปที่ดีที่สุด แล้วก็จะเป็นรูปไว้ให้คนอื่นโหวตต่อ ๆ กันว่าใครได้ที่ 1 อะคะ ที่มีเพิ่มมาให้คือ(และน่าตกใจมาก) เค้ามีให้โหลดลงมือถือด้วย ! แต่เป็นเมลมือถือเท่านั้นคะ ซึ่งสาวญี่ปุ่นนิยทโหลดลงมือถือคะ แต่ยังไงก็ตามก็มีรูปติ๊กเกอร์ออกมาให้ด้วยคะ (เพราะฉะนั้นถ้าชาวไทยไปอย่าตกใจ คุณจะได้รูปแน่นอนคะ)

สิ่งที่ทำให้แจ่มแจ้งตู้ Purikura คือ หากไม่มีใครต่อตู้ที่เราถ่าย ตอนเราแต่งรูปมันจะหยุดเวลาให้โดยอัตโนมัติคะ ! แต่ตอนที่จิ๊นซ์ไปถ่ายมีคนมาต่อคะ เลยมีเวลาจำกัดมาก ๆๆ ขอบอกว่าเวลานับถอยหลังเค้านั้นเร็วกว่าตู้ที่ไทยเยอะมากกกกกกกก**** (เน้นคะ)

 และหลังจากที่ถ่ายเสร็จก็ไปตัดรูปแบ่ง ออกมาก็เจอเหตุให้ช๊อกคะ !

เจอแก๊งค์หนุ่มโล้นซ่าคะพี่น้อง(ในชุดไปรเวท)จำนวน 6-8 คน มายืนแถวตู้ ๆ และที่ตัด (โอ้แม่จ้าวววววว กรรมเวรไรว่ะ) เรา 3 คน จิ๊นซ์ ริเอะ นิ้ม ก็คิดอย่างเดียวกัน แม้งแปลก ๆ น่ากลัวหว่ะ แม้งจะทำไรป่าวว่ะ เลยรีบตัดไม่สนตรงไม่ตรงคะ

แต่สุดท้ายแล้วก็ทราบว่าทำไมเค้ามายืนด้อม ๆ แถวนั้น....พวกพี่ท่านมาถ่ายPurikura คะ !!! OMGGGGGGGoshhhhh !!!!!!!!!! O[]O !!!!!!!!!!!! ไม่อยากเชื่อพวกพี่จะถ่ายกับเค้าด้วย มาดร้าย + เท่ห์นิด ทำอย่างงี้ด้วย ช่างเป็นประเทศที่ประหาดและคนแปลกโดยแท้...

เพิ่มเติมอีกนิด....ก่อนเข้าไปภาพชุด 2 คะ

แม่โฮสต์นั้นบอกว่าตู้Purikura นั้นโดยมากผู้ชายจะไม่เข้าไปถ่ายกัน เพราะไรเหรอ...

ถามมาแล้วคะ...

เค้าบอกว่า ถ้าผู้ชายเค้าไปเนี่ยเค้าถือว่าเป็นแฟนกับผู้หญิงคนนั้นทันทีโดยปริยาย no comment คะ! จิ๊นซ์เห็นรูปที่โฮสต์จิ๊นซ์ถ่ายคู่กับแฟนแล้วคะ

(เม้าท์นิดส์....แฟนหน้าตาดีโคตรรรรรร หน้าเหมือนการ์ตูนเดี๊ยะ ! ขนาดใส่หมวกปิดผมแล้วนะ

 แบบนี้เลยยยย !!!! ไม่ได้โม้นะคะ เรื่องจิงเรื่องจัง !!!!

หน้าเต็ม + ตัวรูปร่าง เยี่ยงนี้แล

(เจ๊Mai แกเป็นคนเปิดเผยมาก เผยหมด เมสเสจหาแฟนเธอยัง เซดถึงจิ๊นซ์เลยคะ (ไม่อยากทำตัวเสือกแต่มันเหลือบไปเห็นอ่ะ เลย(แอบอ่าน)ในมือถือน้องแก ตอนพิมพ์เลย (ด้านมาก))

เห็นหน้าค่าตาครบ เครื่องหน้านี่แบบ พี่..พ่อแม่ทำกันยังไงได้เทพขนาดนี้ !!!! ขนาดเอามือปิดปากเหลือแต่ตา(ดูจากภาพในกล้องถ่ายรูปโฮสต์คะ) ตาโตใสแจ๋วววว เห็นแล้วช็อก ตะลึงไปเลยคะ เราก็ชมกระหน่ำสิคะ ท่าทางจะคบกันตั้งแต่อยู่ ม.ต้น เพราะเห็นรูปที่แขวนอยู่ข้างฝาเหนือโต๊ะทำงานชีเค้าคะ ดูออกได้ไง(ก็ชุดนักเรียนสิคะ !))

 และนี่ก็โฮสต์จิ๊นซ์คะ...นามว่า Mai Serizawa !!!!

น่ารักมั้ยหล่ะ โฮสต์ช้านนนนนนนนน~**** <3333
ตอนอยู่ในตู้สุดยอดคะ ท่าทางเจ๊เค้าจะเซียนจิงจังมากพอถึงเฟรมนี้รีบแอ็ ตูยังยืนงงอยู่เลยคะพี่น้องงง เค้ารีบลากบอกให้ถอยหลัง แต่ท่าจะไม่ทันเลยบอกว่าอ๊กเลยคะไม่ต้องห่วงงง
จึงออกมาดังภาพคะ...
ชอบภาพนี้ที่สุดเลยยยย สวยสุด ๆ แล้ววววคะ !!!
 Perfect Coupleeee3333
น่าจะเป็น Cawaii Model ที่ญี่ปุ่นคู่กันเลยยย 5555+(หลงตัวเองอีกรอบบบ)
แสงสวยยยยคะ
และขอบอกว่าเจ๊ Mai Serizawa นั้น จิ๊นซ์คิดว่าและบอกเค้าไปแล้วด้วยว่าให้สมัครเป็น Cawaii Model ซะทั้งพี่ทั้งน้องคะ ! (อยากเห็นหน้าน้อง สาวเค้า ตอนหน้าคะ !!!)
หวังว่าเราคงจะได้เห็นเธอในนิตยสารCawaii บ้านเราเร็ว ๆ นี้ด้วยยยย !!!
เป็นกำลังใจให้คะ !!!
และภาพ Purikura นอกเหนือจากที่ญี่ปุ่นแต่จิ๊นซ์ช้อบชอบบบ
เชิญชมคะ
อันนี้เฉย ๆ แต่ว่าถ่ายแบบรวมคนที่ไปเที่ยวด้วยกันวันอาทิตย์ ที่ Harajuku !!!
มี Natsu(หายตัวไป เข้ากรอบไม่ทัน) ส่วนข้างหลังKaren(ไม่ได้เป็นลูกครึ่งอะไร แต่พ่อแม่ตั้งชื่อฝรั่งทั้งบ้านเลย)Mana(น้องของNatsu) Mai Jinsn(ชั้น แอนด์ เจ๊เค้านี่เต็มที่ทุกรูปคะ) Pin(มองไปไหนก็ไม่รู้) and BaiFern(หลั่นล้า ทุกรูป)
อันนี้ Ichiban เลยคะ
จิ๊นซ์เป็นคนตกแต่งเองหมดเลย !!!! ไม่มีคนช่วยเติมแต่งคะ โคตรจะภูมิใจ แต่งได้สวยเช้งงง (TTvTT)
ใส่แว่น จิ๊นซ์เองคะ(มีแต่คนบอกว่า Sexy แต่ชั้นว่าสวยนะ-_- แต่รูปนี้ฟลุ๊คมาก โพสต์ได้ไงลงตัวเหมาะเจาะ (ตอนแรกคิดว่าจะโพสต์ไม่ทันเสียแล้ววว)) ส่วน Rie นั้นทำหน้าหื่นอยู่ข้างหลัง(อันนี้เจ้าตัวพูดเองนะ) ส่วนนิ้ม ทำท่าเหมือนจะต่อยคนเลยอ่ะ !!!
!!!! สวยไม่สวยว่าไงเม้นมาหน่อยแล้วกันนะคะ !!!!

edit @ 18 May 2009 23:39:10 by Amai Ochiki

Cosplay : Tifa Lockheart

posted on 08 Apr 2009 21:06 by 8i8-nobara-8i8 in FASHION

 Cosplay & Cosplay & Cosplay

อีกแล้วเหรอ....(-_ -)

 

 ก็ได้รับความกรุณาให้ยืมชุด Tifa จากเพื่อนมาถ่ายเล่นช่วงปิดเทอม ก่อนที่เพื่อนจะเอาชุดออกขายบนเน็ต...(รู้ที่หลังมันหลอกใช้นี่หว่า !!! O[]O !!! ไอ้เพื่อนนนนนน$##$@#$# แต่ถึงอย่างไรมันก็ได้ภาพไปอยู่ดี....TT^TT)

 ทิ้งท้ายคอสเพลย์ชุดนี้ไว้ก่อนไปโตเกียว !!! ยังไงก็ฝากเม้ยด้วยนะคะ ไม่สวยด่าได้คะ (^o^) hurt มาหลายรอบแล้วคะ (อันนี้โดนคนอื่นด่ามาก่อนโพสต์ลงนี่ X()

 

ชุดคร่าว ๆ ก็ประมาณนี้แล~ ถ่ายในห้องน้ำ(พูดตรง ๆ)
Shot นี้ !! Fluke ถ่ายได้อีกแล้วคร่า~!!!!!
 
ห้องน้ำจริงจัง...
 
 
พิสูจน์ได้ว่าภาพขาวดำ ทำให้แกหน้าคล้ายเค้า .....(-_-)
Shot เดียวกัน แต่ดิหั้นแก้มเยอะ (o^o^o)
 
ไม่ยืดภาพคะ ขอโทษจิง ๆ คะ เดี๋ยวภาพแตกกกกกก (=[]=) !!
ปิดท้ายด้วยภาพสวย ๆ ของชีเองดีกว่า
 Cya Next month Ka !!
!!! GooDBye THAILAND , JAPAN here I am !!!

edit @ 8 Apr 2009 21:44:59 by Amai Ochiki

Cosplay : Rinoa Heartilly

posted on 01 Apr 2009 18:53 by 8i8-nobara-8i8 in FASHION

 Cosplay นี้ก็ไปถ่ายนานนมมาแล้ว (ขอแจกแจงนิดส์คะ...ก็หลังจากที่ถ่ายคอส Konoka ไป คงจำกันได้(ก็พึ่งลงไปเมื่อวานนี่ !!) Rie ชีก็บ้าคลั่งขึ้นสมองลากไปคอสด้วยตามประสาของเธอเอง (-_-)ตามใจชีหน่อย คบกันมาตั้งนาน...) ในระหว่างนั้นก็เกิดอาการคลั่ง Yamamba ผิวดำกัดสีผมขึ้นมา ตัวจุดประกายคงเป็นการ์ตูนเรื่อง GaLisM กับ Peach Girl XD !!! ดำสวย..ชอบคะ !!! ลงทุนว่ายน้ำ ตากแดด ลุยเขา เดินในที่แจ้ง...ผลออกมาก็ดำอย่างที่เห็นในภาพCos Rinoa แหละคะ (-_-;)

 ลากตอนขาวไม่ได้ ต้องลากไปตอนที่สีผิวมันดำได้ใจใช่มะเพื่อนสาว~!!!! (=[]=) !!!! OMG ! ต้องกราบขอโทษประชาชีด้วยนะคะที่ดันทำภาพพจน์Rinoa เสียหาย (TT^TT) ... ทำใจดูกันไปคะ.......

 

[RIE] (_ -) --- VS --- (- _) [JINSN]

 

ต้นฉบับ

...นี่ก็ดูดี...

...CG เค้าก็ดูดี...

 

...ไอ้ข้างล่างมัน......อุบาทถ์จิต(=_=) ...

#1

(อานิสงส์ของการถ่ายเล่น ดันมี SHot นี้พอดี !(OoO)!)

#2

(เอิ่มมม...อย่ามองลึก....(^-^;))

#3

(แทนได้อีก....)

#4

(Ohhh ! WTH ! WITH ma legssssss ! อย่างกะท่อนซุง =[]= !! กล้ามแขน !! นี่เธอไปเพาะกายมารึไง !?)

#5

(ย่อภาพแล้วหน้าเป็นแย้ คงขนาดไว้เท่าเดิมดีกว่า (^-^;) ก่อนจะ Hurt ลูกตาคนดู)

และ

ลองทำเล่น ๆ (ช่างกล้านัก)

คล้ายมั้ยหละคะ (^-^)

Jinsn - Camilla Belle

(ขอบอกว่าชี Camilla หน้าเหมือน Rinoa อย่างแรง !!)

มีเครื่องพิสูจน์ !! O[]O !!

หมดแล้วคะ ! คงจะ Hurt กันน่าดู ต้องกราบขอโทษเป็นอย่างแรงคะ (TT/\TT) ก่อนCOs จะไปเก็บตัวก่อนคะ (ร้องไห้น้ำท่วมบ้าน....Ri..e.... (*-*) เจอกันหล่ะน่าดู)

Cosplay : Konoe Konoka

posted on 31 Mar 2009 20:05 by 8i8-nobara-8i8 in FASHION

 เห็นคนมากมาย ไม่ว่าจะหญิงแท้ชายเทียมหรือชายแท้ ๆ เอง ชอบเหลือเกิ๊นนน..เหลือเกิน แต่งเป็น Characters จากเรื่อง Negima เดินร่อนกันให้ทั่วสยาม มาบุญครอง หรือที่ไหน ๆ ก็ตาม

 ดังนั้นJinsn ก็เลยอยากลองบ้าง(ด้วยแรงยุของ Rie ส่วนหนึ่ง (-_-) แม่สาวYuri) หลงไปตัดชุดกับShe ที่ประตูน้ำเสียตังค์ไปก็หลาย แต่ผลที่ได้ออกมาคุ้มค่า (TTvTT) (รอดไป ไม่งั้นRie ตายคามือJinsn แน่นอน) ชุดออกมาสวยงามรายละเอียดครบถ้วน เหมือนในManga เดี๊ยะ (โดยมากเห็นชอบคอสที่ใส่ชุดแดง ๆ เหมือนใน Anime กันส่วนใหญ่) กราบขอบพระคุณคุณป้าและคุณลูกสาวอย่างงามหนึ่งที (-/\-) คะ

 "แล้วทำไมต้องแต่งเป็น Konoka หลานผอ. ด้วยหล่ะย่ะ หล่อนสูงกว่าชีตั้ง 10 เซน.กว่า(-_-*)" Rie said

 "ก็นะ !!!พึ่งไปตัดม้ามาจะให้คอสตัวไหนหละคะเธอ โทษทีที่สูงเกินตามมาตรฐานKonoka คะ" ขี้เกียจตอบชีเป็นยิ่งนัก

 ไม่พูดต่อแล้วคะ เดี๋ยวจะไม่จบ(แน่ ๆ) (*_ -) -VS- (-_ *)...

PS.- ต้องขอบคุณช่างกล้องจำเป็น สาวใช้พม่านัยน์ตาแขก พี่เอ คะ (^/\^)

(Almost close Up ..(-_-).. อานะคะ ไม่อยากจะSaid กะพี่เอมาก เดี๋ยวพม่าสวนกลับ ดีไม่ดี เอามีดมาแทง ซวยอีก(=_=;))

ภาพKonoe Konoka จากAnime (พอเป็น Example ว่า  What she look likes ;))

#1

 

(ไม่ชัดแต่ก็ดูดี (>v<) ที่รู้ปากอิ่มกว่า Hwang Bo ra แล้วกัน(มั้ง?))

#2

 

(ยอมรับว่าผูกไทมั่ว...แต่ไม่รู้ทำอีท่าไหนออกมาสวยงามดังรูป(Fluk Sudๆ))

#3

 

(อวบไปนิด คงไม่ผิดนะคะ (^-^;) แล้วShe เป็นบ้าอะไรก็ไม่รู้ถ่ายไม่เต็ม (-_-) บ่นไม่ได้ เดี๋ยวชีเชือด)

#4

 

(พอลองถ่ายเอง....มันนางมารร้ายชัด ๆ)

#5

 

(ชุดก็เป็นดังที่เห็น ถ่ายในห้องน้ำอย่างไม่ต้องสงสัย ตราร.ร.เนี่ยชัดเชียว)

 

 เอาเป็นว่าทำใจดูกันไป ไม่งามเหมือนท่านอื่น ๆ ที่เค้าเป็นCosplayer เต็มตัวทั้งกายใจ ลึกหยั่งถึงเลือด (ทำไปเพราะความอยากลองแต่งไรแปลก ๆ ก็เท่านั้นเองแหละคะ m(_ _)m) ถ้าไม่ถูกใจใคร เม้นด่าตามสบายคะ (TT^TT) ยอมรับแต่โดยดี (u_u)...

edit @ 31 Mar 2009 20:44:24 by Amai Ochiki

edit @ 31 Mar 2009 20:57:03 by Amai Ochiki

EMO

posted on 29 Mar 2009 20:15 by 8i8-nobara-8i8 in FASHION

 ด้วยความที่ตอนนี้เป็นช่วงบ้า EMO อย่างเต็มสตรีม...(อาจจะเป็นมาตั้งแต่กำเนิดแล้วก็ได้อันนี้ไม่รู้ แต่พึ่งจะมาพีคเอาตอนอายุ 16-17 เนี่ยแหละ (>v<)) จึงอยากเอามาแบ่งปันความ EMO ของตัวเอง และเกร็ดความรู้เกี่ยวกับ EMO Fashion ด้วย (^o^) คราวนี้ ชาวไทยก็จะได้รู้แล้วว่า EMO จริง ๆ แล้วคืออะไร

"ไม่ใช่แว๊นซ์ หรือ สก๊อย พวกเขาเหล่านั้นเป็นเพียงแค่พวก "TRY TO BE (EMO)' แต่ไกไม่สามารถเป็นได้ ด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ๆ (ที่พวกเราก็น่าจะรู้กันดีและเข้าใจมันได้)"

-จากความคิดของ Jinsn-

(อยากว่าอะไรก็ตามสบายคะ เปิดรับทุกความคิดเห็น แต่ที่กล่าวไปมันก็เป็นความจริงไม่ใช่หรือคะ ?)

 

..ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาจริงจังกันมาดูจากข้อความของคนอื่นกันบ้างที่ Jinsn ยกมาให้อ่านกันนะคะ..

อีโมไม(EMO)่ใช่แฟชั่น
แต่อีโม(EMO) คือคำด่า ที่ฝรั่งเค้าไว้ด่าเกย์

ขอต่อต้านๆๆๆๆๆๆๆๆๆ(เกลียดแว๊น)

....พังค์(PUNK)กับอีโม(EMO) ไม่เหมือนกันโดยสิ้นเชิงPUNK พังค์ไม่ใช่แฟชั่น ไม่ใช่แค่ดนตรีแต่มันคือวิถีชีวิต อุดมการ
ชีวิตมนุษย์ ไม่ใช่สายน้ำไหล อย่าไปตามกระแส
อย่าทำให้ตัวเองดูโง่...ถูกสนตะพายจูงจมูกเหมือนตัวอะไรก็ไม่รู้

....แต่ถ้าชอบอีโม ไม่มีใครว่าหรอก หมายถึงถ้าชอบจริงๆ
ใครจะมาบังคับให้คุณเปลี่ยนแนวได้ อย่าทำตัวกระแส

....พอรู้ว่าอีโมคือตุ๊ด(เหมือนอีโมรุ่นพี่บางคนที่กำลังดัง) ก็เปลี่ยนมาเรียกตัวเองใหม่เป็นเมทัล เป็นไอ้นั่นไอ้นี่ ทั้งๆที่ไม่ได้รู้ความหมายเลย มันน่าสมเพชมากกว่าพังค์ที่ขายอุดมการ หรืออีโมที่เดินใส่เสื้อตัดอ้อยสกรีนลาย เรทโทรสเป็คท์ อีกนะ...

....เพราะมันน่ารังเกียจในฐานะที่ไม่รู้กำพืดตัวเอง
แต่ก่อนเคยเป็นอีโม เคยเรียกตัวเองเต็มปาก ว่ากุน่ะคืออีโมนะเว้ย
แต่พอมารู้ว่าเค้าไว้ด่าตุ๊ด ก็เปลี่ยนใจกันง่ายๆ
นี่เหรอ กระแส.... ที่พวกมึงรัก...

ใครที่ชอบอีโมจริงๆเป็นชีวิตจิตใจก็รักษาแนวไว้ให้ดีนะ (ที่พูดถึงหมายถึงพวกตามกระแส หรือง่ายๆ

จาก www.yenta4.com

 

เมื่อ...คุณเจอ Emo ตัดอ้อย

คุณถามเขาว่า Emo คืออะไร เขามักจะตอบว่า "Retro spect "

เมื่อ..คุณถามเขาว่า Emo ขับรถอะไรเข้าสุด เขาจะตอบว่า "Mio"

เมื่อคุณถามเขาว่า ดนตรีอะไรหนักที่สุด เท่าที่คุณได้ฟังมาบนโลก เขาจะตอบว่า "Retro spect " (อีกแล้ว 41)

เมื่อ..เวลา Emo รวมตัวกัน5คนขึ้นไป คำต่อไปนี้ห้ามพูดให้ Emo ได้ยิน คือคำว่า ตัดอ้อย เสี่ยว เรื้อน ลาว เห่ย กาก มั่วแนวว่ะ คำพวกนี้ห้ามพูดเดี๋ยวมันกัดเอา เพราะมันชอบคิดว่าไปด่ามัน

เมื่อ....เวลา Emo เช็คออพเรา (แบบว่ามองเราหัวจรดตรีน จะก๊อปตุว่างั้นเหอะ 41 ) ให้ใจกล้าๆหน่อยแล้ว ถามว่า "เช็คออพกุเหรอครับ " Emo จะสะดุ้ง

Emo มักเป็นโรคหนังศีรษะ มันจึงต้องเอามือลูบหัวบ่อยๆ


เท่าที่เห็นๆ Emo ตัดอ้อยทั้งหลายแหล่ ส่วนมาก เล่นดนตรีไม่เป็น เพราะฉนั้นถ้าอยากให้ Emo หน้าแหก ให้ลองไปชวน พวกนี้คุยเรื่องแนวดนตรีดู มันจะงง

เมื่อ Emo เเดกหมี่เกี๊ยว มันจะประสบปัญหา เส้นผมแหย่ลงไปในชาม เพราะฉนั้นมันจึงต้องเเดกไป สะบัดหัวไป

เมื่อ Emo มีศรัทธาในองค์ท้าวจตุคาม คุณอาจเห็น Emo บ้าพระเครื่องห้อยจตุคามทีเดียว3 องค์

เมื่อ Emo ขี่ มีโอ รถคู่ใจ Emo ต้องขับมือเดียว เพราะอีกมือต้องเอามาจับผมหน้าไว้ ให้มันเป๋ตลอด นี่จึงเป็นปัญหาว่าทำไม Emo ขับรถชนถังขยะหน้าบ้านกุบ่อยๆ

เมื่อ Emo อยู่กับครอบครัว Emo อาจลืมตัวฟังโปงลางสะออนไปแล้วโยกหัว สะบัดผม โดยไม่อายสายตาใคร

เมื่อ Emo มาจากที่ราบสูง ภาษาที่ใช้ หาคุณได้ยินเข้า จึงอาจทำให้คุณคิดไปได้ว่า แฟชั่นนี้มันมีต้นกำเนิดมาจาก Eสาน รึเปล่า

Emo มักไม่กล้ากินน้ำพริก เพราะปากมันจะแสบ

บ้านEmo มักมีที่หนีบผม เอาไว้หนีบผมหน้า เอาไว้สะบัดเวลาเเดกหมี่เกี๊ยว

Emo ไม่กล้าที่จะเผชิญหน้ากับ เกษตรกร ตัดอ้อยตัวจริง
กลัวการเปรียบเทียบมั้งนะ

เมื่อEmo รู้ว่าต้นกำเนิดของ Emo แท้จริงแล้ว เกิดจากกลุ่ม เกย์ชายรักชายในประเทศอังกฤษ Emo จะทำใจได้ใน0.1วิ แล้วมักบ่นว่า "ตุ๊ดก็เท่ห์ได้วะ"

อันสุดท้าย หากวันไหน Emo ใส่เสื้อดำ หากคุณเดินตาม คุณจะพบขี้เกลืออยู่บนแผ่นหลังเสื้อของ Emo อันเนื่องมาจากการใช้แรงงานและการเสียเหงื่อจากการ สะบัดหัวตอนเเดกหมี่เกี๊ยว

เมื่อEmo ไปซ้อมดนตรี ก่อนซ้อม ณ หน้าห้องซ้อม Emo ชอบคุยกันเรื่องวง เมทัลเมืองนอก เช่น "กุแกะ kill switch engage อยู่ว่ะช่วงนี้ กุหัดจ๊ากของ มายเคมีคอลอยู่ว่ะ ปล. *Emo ที่ราบสูงเขาเรียกการ ว๊าก การ สำรอก ว่า จ๊าก นะจ๊ะ 41"

แต่เมื่อมันเข้าไปในห้องซ้อม มันดันเล่น " ไอน้ำ ตามด้วย โซคูล แล้วก็เพลงตายของมัน ปล่อยฉาน จบด้วย การจ๊าก ส่งท้าย ด้วย ม่ายมีเธอ


มันเป็นเช่นนี้เสมอ กุเองก็ไม่เข้าใจว่ามันจะมาแพร่มทำไมว่า เล่นไอนั่นไอนี่เทพ 41



เมื่อ Emo จะดูดปากกะแฟน มันต้องเสียเวลาไปถอดห่วงที่ปากก่อน ทำให้ ญ หมดมู๊ด

เมื่อ Emo ขึ้นรถ เมล์. แล้วหัวโขกพัดลมบ่อย เพราะผมเป๋มันบังตา

เมื่อ Emo ลงรถเมล์โหนรถเมล์แล้ว กลิ่นเต่าแรง เพราะเหงื่อมันออกตอนเเดกหมี่เกี๊ยวมาก สะบัดหัวมากไปไง เหนื่อยเลย

เมื่อ Emo เหยียบขี้หมา Emo จะใช้ท่า ทวิส+กังฟู ในการสะบัดขี้หมาออกจากส้นตรีน

เมื่อ Emo รู้ตัวว่าจะโดนกระทืบ Emo จะร้องเพลง ลุกขึ้นสู้ ปลอบใจตัวเอง

เมื่อ Emo หารองเท้า แมคเบสใส่ไม่ได้ Emo จะเอารองเท้าจีนแดงมาใส่ แล้วเอาผ้ารูปตัว M มาแปะ แทน

เมื่อ Emo รู้ตัวว่าโดนประนามจนทนไม่ได้ วันต่อมา Emo จะมามาดใหม่ ด้วยการแต่ง Hip-hop ( แถวบ้านกุมีคนนึง แต่งฮิปวันนึง Emo วันนึง สลับไปสลับมา กุล่ะงง 41 )


Emo ไม่กล้าหือกับ Punk เพราะ Emo เจาะปากมา จึงกลัวโดนบูทเตะปาก

Emo ชอบอ้างว่า Emo คือการ แตกหน่ออกมาจาก punk
แต่ punk มักบ่นว่า "Emo คือ ตัวการทำลาย punk และ พากัน anti กัน เป็นแถบๆ

เมื่อ Mio ของ Emo เจ๊ง (อันเนื่องมาจากการขี่มือเดียว จนคว่ำ)
Emoจะงัด จักรยาน Bmx มาขี้แทน ถ้าเท่ห์หน่อย ก็ ตรา นกแก้ว

รองเท้าแตะที่ Emoใส่ คือยี่ห้อ ช้างดาวแกะลาย บนพื้นเป็นคำว่า
Retro spect (เหยียบย่ำกันเข้าไป 41)

เร็วๆนี้ เกษตรกรชาวไร่อ้อยจะรวมตัวประท้วง เพราะ Emo ไปแย่งงานทำ

                                                                                                      จาก webboard.music.sanook.com

เมื่อ คุณลองเอาดนตรีเทพๆอย่าง Dream theater ไปเปิดให้ Emo ฟัง แล้วบอกว่านี่คือร๊อค ที่แท้จริง Emo จะส่ายหัวแล้วบอกว่า "เด็กๆว่ะ"

เมื่อ คุณถามว่า ทำไมถึงบอกว่า เด็กๆ มันจะตอบว่า "ร๊อคอะไรไม่เห็นมีท่อนว๊ากเลย" (ถุ๊ย แล้วบอกว่าเป็นชาว ร๊อค)

เมื่อ คุณลองภูมิEmo ด้วยคำถามที่มีเหตุผลทางด้านดนตรี Emo อาจถามคุณกลับมั่งด้วยคำถามโง่ๆได้ เช่น "แน๊ป ใส่กางเกงในสีอะไร" หากคุณตอบไม่ได้ เขาจะบอกว่า คุณไม่ใช่ชาวร๊อค

ในขณะที่ Emo เเดกหมี่เกี๊ยว หากมีใคร เปิด เพลงไม่มีเธอ ในรัศมีการได้ยินของemo มันจะหยุดเเดกหมี่เกี๊ยว แล้วโยกหัวแทน

หากคุณ ถามเขาว่า อยากจะเป็น Emo ต้องทำยังไง
เขาอาจบอกว่า ต้องฟังเรทโทร หวีผมเป๋ กระแทกข้าง เจาะปาก และ ใส่รองเท้า แมคเบส และที่ลืมไม่ได้เลย เสื้อตัดอ้อย

Emo ไม่สามารถที่จะทนเผชิญหน้ากับ แนว เดธ บูติก ตัวจริงได้ เพราะเขาจะรู้สึกอายตัวเอง ขึ้นมาทันที

หาก Emo โดนคุณโพสด่าในบอร์ด Emo อาจจะสมัครเมมมา2 3 เมม เพื่อใช้โพส(คำหยาบที่ถูกนำมาใช้อย่างไร้สามัญสำนึก)ตัวเอง เพื่อรุมด่า คุณ

(ลืมไป มอไซ มันต่อเนตไม่ได้ มันเลยไม่รู้ข่าวสาร 555+)

หลังจากเหตุการณ์ข้างบน วันต่อมา Emo อาจไปบอกต่อเพื่อนมันอีกที ว่า แน๊ป กับ ดา เป็น ทอมกับดี้

เมื่อEmo ถูกถามว่า คิดยังไง ที่ผู้คนต่างพากันรังเกียจ การเป็นEmo ของคุณ มันมักจะตอบว่า "พวกเขาอิจฉาเรา" ( หน้าส้นตรีนจริงๆ-*- )

ในอนาคต รัฐบาล อาจจะ บรรจุ Emo ให้เป็นแฟชั่น O-Top 1ตำบล 1Emo
***
ถาม-ถ้าเกิดเจอ Emo ตัวจิงหละ ~~!! ยังจะกล้าพูดอะไรไหมครับ

ตอบ- ก็ตะโกน ดังๆสิวะ ว่า ไอ๊เหรี๊ยเกย์ !!!!!

มืงเป็น Emo มาได้ไง ไม่รุ้กำพืดตัวเองวะ ว่า เกิดมาจากอะไร 5555555+

 

หาก คุณลองให้ Emo บริหารร่างกายด้วยการ กระโดดตบ100ครั้ง
Emo ไม่สามารถ ทำได้ตามที่กำหนด อันเนื่องมาจาก กางเกงที่รัดไข่มันจนเกินไป ทำให้มันจุก

ในขณะที่ เล่นBlood sea คุณจะพบว่า มีEmo หลายๆตัว แอบผายลม ในขณะที่โดนแท๊ก (ตดแตกนั่นเอง )

และในขณะเดียวกัน อาจมี Emo หลายๆ ตัว เกิดอาการเยี่ยวกระปิบ ในขณะที่โดนแท๊ก

อัตรา%การหน้าแหกของ Emo เพศหญิง พบว่ามีสูงมาก ในขณะที่โดนตบ อันเนื่องมาจากห่วงที่คล้องปาก ฉีกขาด

จากการสำรวจพบว่า วัยรุ่น ที่นิยม ชมชอบแนว Emo มี%พัฒนาการทางสมองระดับต่ำกว่า แนวอื่น(โง่ นั่นเอง ) สาเหตุมาจากการ ที่โยกหัวบ่อยๆ นั่นเอง ทำให้ น้ำไปเลี้ยงสมองไม่พอ

จากศุนย์การแพทย์พบว่า Emo เป็นโรค หูน้ำหนวก ร้อยละ 70 ของประชากร Emo ทั้งหมด เนื่องมาจาก การโยกหัว จนทำให้น้ำในหูไม่เท่ากัน

Emo มักชอบอวดรู้มาก บางทีคุณอาจสมมติชื่อวงดนตรีที่ไม่เคยมีในโลก ขึ้นมาเองในใจแล้วไปถามEmo เช่น "มืง เคยฟังวง Buffalo eat banana รึยัง ว๊ากสะใจดีนะ เจ๋งวะ " Emo อาจตอบ ให้คุณ ฮาเล่นได้ว่า

" กุเคยฟังนานแล้วตั้งแต่สมัยอยู่ใต้ดิน" 555555555+ (อันนี้ลองกับเด็กแถวบ้านแล้ว ฮาสัสๆ 5555+) และเมื่อคุณจับได้ว่า ip มันซ้ำกัน มันก็จะอ้างโง่ๆ ว่า เนตเสีย (มันไปเกี่ยวเหรี๊ยไรกะ ip ซ้ำวะ -*-)
 

 

จาก my.dek-d.com/NJKubpom/

 และนี้ก็เป็นเพียงความเห็นข้อความที่คนไทยมีความเห็นเกี่ยวกับ EMO ว่าคืออะไรกันแน่...ต่อไปก็จะเป็นเรื่องราวของ EMO จริง ๆ คะ

ต้องขอโทษไว้ก่อนนะคะ ว่าขี้เกียจแปลจริงจัง ดังนั้นอ่านภาษาอังกฤษไปกันนะคะ อีกอย่างคือเป็นข้อความจริง ๆ ที่เจ้าพ่อเจ้าแม่เจ้าของต้นกำเนิดเขียนเองคะ

 

By the way, Thank you for all informations about EMO.

 

Thank You

www.emo-love.com

 

What is Emo ?

Picture it: the Washington DC music scene of the mid-1980s. Hardcore music is the prevalent genre of any real import: Bad Brains, Teen Idles, Minor Threat et all are tearing up venues with hedonistic abandon, and a small minority is getting sick of it. Sick of the drugs, the drink, the vapidity of hardcore music in its increasing popularity. Things had to change. With this realization on the part of the likes of Rites of Spring and Embrace, the genre which would later be mockingly referred to as 'emocore' was born in DC in the late '80s. The music was softer, slower and more technical, with lyrics on the personal rather than political scale. Distorted guitars strumming octave chords and strained vocals were the order in this new genre soon to evolve into the genre of 'emo'.

 

The sound of classic emo was more brutal than its predecessor emocore: there was a lot of play on quiet-loud, soft-harsh dynamic shifts in the music; songs became movements rather than mere songs. Once again, octave chords were used to drive the music along with a certain sense of desperation and urgency. Vocals ranged from a whisper to a howl to mere talking, all in keeping with the mood of songs and emotion of the vocalist. Performances were often honest and earnest, with vocalists often breaking down into tears from this emotional outpouring that was their music. The lyrics tended to be abstract, difficult to decipher and, invariably, difficult to hear; all of which added to the mystique of the genre's music.

 

The mid-1990s brought with them a new generation of bands influenced by the work of Fugazi, such as Sunny Day Real Estate, Mineral and Texas is the Reason. In the fledgling era of the World Wide Web, internet discussion on these bands and other bands belonging to their scene led to their being tagged 'emo', even if Fugazi had had nothing to do with the First Wave of emo. The '90s period saw the first 'emo' mainstream record release in the form of Jimmy Eat World's Static Prevails. This genre of what is called 'post-emo indie' continued to rise in success up until the early 2000's, where it then met its end of mainstream popularity.

 

However, all of this is very much in the past: the modern definition of the term 'emo' has very little to do with the original '80s hardcore definition, or even the '90s indie definition. Jimmy Eat World 's shift from post-emo indie influences to a more poppy feel to their music led to the term still being applied to them, inexorably changing its meaning. 2003 saw the success of singer-songwriters such as Chris Carrabba (of Dashboard Confessional), who himself was seen to be at the forefront of a new movement of artists with (supposedly) overtly emotional music. MTV had to come up with a tag to market this movement at adolescents in a catchy manner, so the tag 'emo ' was chosen. This misnomer was expanded to many other bands with very little, if anything at all, in common: it is, therefore, pretty much impossible to define emo in the current musical climate, other than the assumption that it 's anything being marketed to teenagers. The term 'screamo' (which will be discussed later) was used to describe bands with a heavier sound, producing a similar cathartic-esque music. Current examples of 'emo'/'screamo' include:

 

  • My Chemical Romance
  • Fall Out Boy
  • Dashboard Confessional
  • Cursive
  • Avenged Sevenfold
  • Bring me The Horizon
  • Panic(!) at the Disco
  • From First to Last
  • Senses Fail
  • Taking Back Sunday
  • Bright Eyes
  • Coheed and Cambria
  • Thursday
  • and more?

 

 

The MTV generation of the term turned into more than just a genre of music: a subculture of sorts was born from it. Fashion and behavioural trends have been born from this: tight jeans, tight t-shirts, hair with bangs over eyes, studded belts, skate shoes and horn-rimmed glasses are all the order of the day to this subgenre of people. There 's a certain observed predilection to pseudo-depressive and histrionic behaviour with the 'emos': probably no more than a side effect of puberty in the eyes of a cynic.

 

Emo purists see the MTV generation to be a scourge upon the genre, making the definition between new and old emo clear: they use the term 'screamo' (or 'skramz' as a humorous way to differentiate between screamo and MTV screamo) to describe the (mostly European) bands sticking to the original emo formula. Internet terrorism has even been undertaken by these groups to make well-known faux screamo bands change any details which make them out to be screamo: they've made a lexical error into a political cause. Bands considered to be true screamo include Stella Dawes, Daitro, I Would Set Myself On Fire for You, Circle Takes the Square, Hot Cross, Saetia, Envy and Neil Perry.

Emo Kid

A users guide to recognising emos

Emo kids are sad creatures of the dark. They are characterized by their dress sense and also how in touch they are with certain emotions (i.e. the negative ones). Typically emos wear lots of black and will most likely have dyed hair (mainly black or sometimes colourful streaks) and write music, lyrics, or poems about the trials and tribulations of their torturous lives. Basically emos are sort of like goths...but with a lot less darkness and a lot more Harry Potter. Spotting an emo kid online is very easy as most have their username surrounded by Xs like so: xXxTinySadBrokenKittyxXx. Usually this would indicate that the user is Straight Edge (abstains from drug and alcohol). However in the emo community, things have different meanings. Their definition of straight edge is rather vertically displaceable. Emos can also be recognized online by their typing style. There are many variations of emo typing

1) The.kind.that.hasn't.found.the.space.key.yet.

2) Theonethathasn'tfoundthespacekeyorthefullstop

3) the ones that have found the space key but unfortunately have misplaced all other punctuation keys including capital letters this kind isnt so bad at first but it can get very very very very very very very annoying over long blocks of text as your never quite sure when the sentence has ending or where the pauses go and it all sort of jams together and makes very little sense to you as a reader

4) da 1s dat tlk in txt tlk dispit da fct dare r nt actuly txtin ne1

5) (The absolute worst) tHe oNeS wHo gO tO sTuPiD aMoUnTs oF eFFoRt To mAkE tHeIr pOsT aS UnReAdEraBlE aS PoSsIbLe. iTs aNnOyInG tO tHoSe wHo ReAD iT. iTs aNnOyInG tO tHoSe wHow wRiTe iT. aNd iTs eVen aNnOyInG tO tHoSe wHo dOn'T rEaD It...iTs cRaCkInG sTuFf!

Now that you know how to recognise them, it's time to learn how to tell them apart. As emos come in many different shapes and sizes. Here are some of the most common types of emos to look out for:

 

Poser Emo Kid

Poser emos are usually in their pre teens. They are not actually emos but rather pretend to be sad just to fit in with the other emos. They're are looked down upon by other emos because they have no real problems or anything to angst over, and are therefore not true emos.

 

Plastic Emo Kid

Also known as a prefect scene emos. The plastic emos are really just hot, prefect girls in their late teens with an emo haircut. They are not usually involved in the scene, as the plastic scene is all about looks. These are slightly more acceptable than posers as they have their hair and make up to angst over, which is a trademark of the emo community.

How to look emo

Many teens want to 'look emo' and have emo hair and all that. We decided to help you so we made a quick guide and also put some pictures with emo boys and emo girls. Make sure you check it, it's on 'emo fashion' page!

Why emo doesn't mean emotional

Now more of the truth. I'm going to make this as easy to understand as possible.

Now I'm all for evolution, I believe in evolution after all! Even in terms of words; gay use to mean "happy" now it can either mean, "stupid", "lame" or it's current proper use "homosexual."

However, the term emo is very different. If you claim "emo" were to mean "emotional" it then becomes an all encompassing word, it becomes extremely vague and it has no limit as to what it can and will describe. This is an issue because the term is suppose to (and believed to by the people who use it) to describe one specific thing, when it fact it does the complete opposite. Emo when wrongfully used as "emotional" describes every living thing, every song, every word, every breath, every statement. Why you ask? Because what as no emotion is dead.

Emo was created as a shortened term to describe a specific thing, in this case "emotive hardcore" an off shoot of hardcore punk from the mid 80's. This genre is still alive today, although very obscure and unknown to most. Those who like to shout they're 'emo' usually never heard of any other band than fall out boy.

What many of you are now doing are displaying a vast amount of laziness and gullibility. Why are you wrongfully using the term emo to describe "scene", "fashion core" and sappy mainstream rock? Think before you speak, stop taking short cuts, and stop being the media's bitch.

What is emo music ?

Emocore has been subject of much debate since it first appeared. So...emo is a genre of rock music. At first, the term was used to describe a subgenre of hardcore punk in the '80s. Later, 'emocore' was used to describe the DC scene and regional scenes related.

The biggest names of the period are Fire Party, Rites of Spring, One Last Wish, Embrace, Beefeater, Gray Matter, and Moss Icon.

The first wave of emo began to fade after the breakups of most of the involved bands in the early 1990s. In the mid '90s, 'emo' began to reflect the indie scene that followed the influences of Fugazi. Bands like 'Texas is the reason' and 'Sunny Day Real Estate' introduced a more indie rock style of emo, less violent than it's predecessor. "Indie emo" survived until the late '90s. As the remaining indie emo bands entered the mainstream, newer bands began to emulate the more mainstream style, creating a style of music that has now earned the moniker emo within popular culture.

Whereas, even in the past, the term emo was used to identify a wide variety of bands, the breadth of bands listed under today's

emo is even more vast, leaving the term "emo" as more of a loose identifier than as a specific genre of music.

Bands

Here are some bands that members from our forum recommend, you can also tell your opinion about them if you register there. Also, if your favourite band isn't listed here, we would be grateful if you would post it in our forum.

Before listing the bands we would like to mention we strongly DON'T recommend you bands like My Chemical Romance or Fall Out Boy.


Emo Bands


Screamo Bands


Post-Emo Bands


Indie Bands


Hardcore Bands


Post-Hardcore Bands


Punk Bands


Metal Bands

 

EMO Fashion

Emo fashion has changed with time; early trends included haircuts similar to those worn by the Romulans and Vulcans in Star Trek, tightly fitting sweaters, button-down shirts, and work jackets (often called gas station jackets).

Emo Clothing

By almost all current definitions, emo clothing is characterized by tight jeans on males and females alike, long fringe (bangs) often brushed to one side of the face, dyed black, straightened hair, tight t-shirts which often bear the names of rock bands, studded belts, belt buckles, Chuck Taylor All-Stars, skate shoes, or other black shoes (often old and beaten up) and thick, black horn-rimmed glasses.

Emo Hairstyles & Haircuts

emo hair

This goes for girls and also for boys!

Let your hair grow in the front and side parts so they cover your face. In the back you can let it short and spike it up with gel! Some do that, some don't! If you have short hair, the first months are going to be a pain, because you won't be able to make your hair look "emo". As it grows, comb it towards an eye in the direction that you want. After 3 or 4 months, when the fringe reaches 3/4 of the way down your forehead, go to a hair dresser that looks professional, and get it thinned out and have it trimmed so that it will grow in the right shape.

Either if you're a boy or girl, you'll need to straighten your hair, with either an iron or gel. If your hair is wavy, just use hairspray/gel to weigh it down. I suggest buying an hair straightening iron and use a a good moisturizing shampoo to prevent your hair from getting damaged. Tip: If you wash your hair too much, this can dry it out; that doesn't mean you don't have to wash it at all, bleah.

If you consider dyeing your hair, dye it black. The other colors are not so cool and you'll look like a clown, in my opinion.

After 3 or 4 months, your hair should look like you want. From that point, you should go to the hair stylist monthly for your hair to be thinned and stuff.

Final step is to register and post a picture with you in the "
emo haircuts" thread members have opened on our board.
N.B. There is no such thing as emo hair, emo hairstyle, emo love, emo fashion or anything else like this, but most of the peoples are looking for that on the internet and that's why it's used here! The term emo comes from emotive hardcore, and your hair can't be emotive hardcore. What you call "emo style" is actually scene.

How to get Emo Hair & Emo Hair Ideas

Emo means a lot of different things to different people, but basically it describes a sub-genre of punk, that incorporates a particular style of fashion and music. Emo hair styles can be varied, but they all incorporated three basic elements:

 

Black - true Emo hair styles start from a basic deep black colouring. Very few people have truly black hair, so this is usually a dyed in colour, which can also be combined with streaks and sections of other colours, from natural lowlights/highlights to vivid punk type colours like neon pinks and electric blues.

 

Asymmetrical - Emo haircuts are typically asymmetrical, with choppy, sharply cut layers. This allows people to be imaginative and original with their hair styling, and creates looks that are at once well groomed, trendy and wild

 

Straight - Emo hair styles begin with dead straight, sleek hair, which can only really be achieved with modern straightening irons and hair serums. Spiky hair is popular in Emo styles as well, but these are typically trendy, sleek spikes rather than random messy spikes of punk styles.

 

Emo hair styles encourage people to experiment with the shape of their hair from the cut right through to the accessories, and can be a fun way to individualise your personal look. Clips, grips and hair bands can be used to accentuate and create various shapes, and colour can be added in blocks or streaks to create volume and texture. Emo hairstyles can be any length, and can easily be created at home, although it might be a good idea to get the basic cut done by a professional to get those really sharp, razored-in layers. There are no particular rules when it comes to cutting the hair for Emo styles, just get inventive with choppy layers and fringes, but whatever length you have these styles are normally longer at the front to cover and frame the face.

 

Short Emo Hair  Shorter Emo hair styles are all about shape and a good guideline to a basic cut is short and snappy at the back, and longer and sharply razored-in at the front. A simple style to create is to rub a little styling wax into your hair with your fingers and then mist over with hairspray. Then use straightening irons all over to finish off with a smooth, glossy look. The fringe and front sections of the hair are normally left to fall sleekly across the face, or you might want to clip them back with some funky hair grips. Short emo hair is also excellent for recreating spiky styles, and to get those really well groomed, sleek spikes straighten the hair first, and then use a little hair wax to sculpt the spikes upwards.

 

Mid-length emo hair Mid length emo hair is great for showing off those really choppy sharp styles, so get your layers razor cut and use straightening irons and hair serum to make the finish really modern and sleek. You can also have fun with colours, such as streaks or even clip-in extensions, which come in a range of funky bright dyes. Experiment with accessorises as well, but remember that Emo styles are rarely 'up dos', and the shape of the hair comes from the cut and textures, rather than styling the hair into standard pony tails, plaits, French twists etc.

 

Long emo hair Long hair needs to be really well cut, with lots of sharp, funky layers to create definition and stop the hair from looking out of condition and lank. It can be too damaging for long hair to keep dying it different colours, so it might be a good idea just to dye it the basic black, and then use temporary clip-in hair extensions for splashes of colour. Also if you have very thick hair then layers can help smooth out the overall shape and stop it from looking too bushy. If you want to create more volume in a longer style, you can spray the top back layers of your cut with a good holding hairspray, and then gently backcomb with a brush. Keep the longer bottom layers and the fringe straight to maintain that look of well groomed sleekness.

Emo Haircuts

The emo haircuts work best with the proper look and wardrobe, for some emo hair makes them look like gods, for some like fags.

 

Here are the best emo hair cuts for boys, pictures included:

 

Short Emo Hair Cut - short emo haircuts are not so cool, if you ask me, actually they are hideous. Better grow your hair and have one of the medium emo hair cuts, which I love.

 

Medium Emo Hair Cuts

 

Messy Emo Haircuts - Messy hair cuts are the thing (also my style), they totally rock the house

Short Emo Girl Hair Cuts - If you opt for a short haircut, then choose one of these emo hair cuts, please, hehe. I just love them.

Long Emo Girl Hair Cuts

 

Curly Emo Girl Hair Cuts - more and more curly girls are looking for an emo girl hair cut, so these was brought in. Unfortunately, I have not found pictures with curly emo girls, if you have one send it over.

 

 

 

Ponytails Emo Girl Hair Cuts - no, don't go with ponytails emo hair cuts unless you lost a bet and you can't bribe the person you lost it to. Ponytails emo hair cuts will make you look horrible and childish (not childish cute, but rather silly and stupid).

 

Colored Emo Hair Cuts - Red is quite hot, and also blue, pink and violet.

 

Emo Makeup

The ten easy steps to achieve a perfect 'emo makeup' that will give boost your self confidence and you will start dating all the emo chicks from your city...at once, guaranteed...Well, not really, but this is a good tutorial nevertheless.
Starts with laying out all the tools.

1.Moistureizer on a clean face, the moisturizer being MAC's Strobe Cream in this instance (the pot is just a sample, that I got. I think its time for a larger tube now).

2. Primer over the moisturizer (thick), many primers come in a small pot or something mine happens to come in a little tube that has a wand not that much unlike lip-gloss. This Urban Decay primer is the only non MAC product I use.

3.Base shadow, I used Nocturnelle with a 242 applicator brush. The shadow should go over the entire lid up to the crease.
Dark areas on the inner and outer areas of the lid. I used my 242 again with Signed and Sealed eye shadow.

4. Now the defining color in this case being Swish. Applied once more with the 242. The defining color should be applied in a sort of T shape going from the middle of the lid where there is just base up into the crease.

5. Now blend these two with a 217, so as to meld or smooth out the lines.

6. Now add the blending color with the 242 which in this case is Vapour. A very light, very sparkly pink. Each color starting with the defining color is begging to move up the eyes towards the brow. This blending color should be right below the brow.

7. Mascara. I like to do mine now so that I can work the liner into it later on. I like to apply mascara first from the bottom of the upper lashes at the base and then work on the top to plump the up. As for the bottom lashes just stick some on them, they 're a bugger to define. You 'll probably get a little here and there around your eyes, I like to use a Q-Tip with a bit of moistureizer on the tip to remove it after its dried.

8. Liner I like to use a liquid liner by MAC called Fluidline (Blacktrack) and a 266 brush to apply it. I like to apply it on my upper and and lower water lines or inner lid.

9. Any foundations or blushes. I used a blush that sslightly darker than my skin tone to define my jaw.

10. Done!

Emo Style

The emo scene has a certain style associated with it, that is much more subtle in some cases than punk or goth, and incorporates a much broader fashion base. Emo styles do vary, some like to dress it up all the time and plan outfits, whereas others are happy being more casual and going with the flow. Here are some tips on how you can create a great emo style.

 

* Basically emos wear a lot of black, but unlike goths this is usually paired up with some bright and funky colours, for example if you were wearing dark jeans and a black shirt, you might wear a bright crimson red tie and white jacket, with matching or contrasting accessories. Band t-shirts are also popular, but make sure you buy a band you actually like and know a bit about, and not just some popular band like 'My Chemical Romance' just because you think they might be cool. For emos being clued up to music is a must, and you will look totally shallow and fake if you wear a band name that you don't know anything about. Hoodies are also a must, especially as jackets are not really in the emo fashion picture, so think about motifs such as skulls, stars and crosses. If you are very confident with your style you might also get away with some printed ironic catchphrases and logos, but you should stay away from anything that actually says 'emo' as you will look like a major wannabe. Layers are also a good emo look, such as a t-shirt over a long sleeve shirt, or a long sleeve stretch top under a vest top. Scarves are great for creating a layered look as well, and also brightening up dark outfits. You can get thin silk and linen scarves to wear in the summer, just loosely draped around the neck purely as an accessory. Those big long stripy winter scarves are very cool and you can also get cute matching mittens or even better fingerless gloves which are very much part of the emo look.

 

* Emos never wear sports logos such as Adidas or Nike - way too mainstream, but the odd article of designer clothing is acceptable, such as a really nice pair of tight jeans or a super stylish black shirt, as long as it doesn't have the label in a really obvious place. Jeans of course as mentioned should be tight for an emo look, and also well cut. The emo style usually stays well away from scruffy, so make sure all your trousers are the right length so they are not dragging on the ground and getting tatty, and also the right fit for your legs.

 

* Shoes should be flat, think funky pumps for girls and Converse or Vans trainers for girls and boys. Stay away from big chunky boots as this will look at little too punk, especially when teemed with skirts and tights for the girls. High heels are acceptable in some cases, especially if matched with an appropriate emo outfit, such as killer glossy red high heels matched with a black skirt and fitted sexy shirt, fishnet tights, and red accessories.

 

* Accessories are not vital, but they can help to jazz up a dark outfit. Layering accessories is a popular emo look, such as having lots of bangles on your wrists, or lots of necklaces. Cute tote bags and little backpacks are good too, but stay away from designer or leather handbags, as they look way to formal and showy for this emo style. Piercing and tattoos are also popular, but in moderation otherwise you are straying into punk/goth/metalhead territory.

 

* Makeup is a key part of the emo fashion. The emphasis is on the eyes, maybe because these are said to be the windows to the soul, and emos love to delve into the human psyche and express their emotions. Highlight the eyes with plenty of black eyeliner and smoky eye shadows. The odd bright colour is okay, but keep it simple and striking to avoid looking like a goth or eighties pop reject! Boys can wear a little eyeliner too, but they should keep it rough and ready and stay way from eye shadow, foundation or lip gloss to avoid looking too high maintenance. Nail polish should be dark and nails kept short, for boys and girls.

Emo Punk, Punk Emo Music

There are many subcultures across society, which are often identified most easily by the related music and fashion, and these include punks, goths and emos. Because these subcultures often evolved from similar beginnings there are bound to be some crossovers, and that's why you can get smaller groups within each one, such as emo punks. To put the word punk to anything means literally to be louder, brasher and more aggressive about everything, so emo punk represents the more rebellious, hardcore side to the emo culture.

 

The emo culture originally sprang from punk roots, and in the beginning the term was used to describe a more emotionally charged subgenre of hardcore punk in 1980s, usually referred to as 'emocore' with bands like Rites of Spring, Embrace and Moss Icon. In the mid 1990s the term emo become more associated with Indie rock, with bands like Sunny Day Real Estate, which was more melodic and less frenzied than punk rock and emocore. As emo moved into the late 1990's it become more and more accessible to the mainstream, with bands like Weezer producing globally successful albums, and also Deep Elm Records releasing the first instalment in what was to be the defining emo compilation series in the world, the Emo Diaries. In the new millennium emo began to become more and more popular, and artists like Chris Carrabba led the new move towards emo punk pop, a mix of melodic, thought provoking pop and catchy, jangling modern rock tunes. Many people who supported the more independent and less mainstream emo music of the 1980's and 90's resented this new move towards popularity, resulting in a serious rift in the genre and it is generally thought by these purveyors of authentic emo that the new emo punk pop sounds are a commercial sell out, with copy cat bands generated purely to make money. Fall Out Boy and Blink 182 hover on the edge of this debate, with their roots firmly in their emocore, underground backgrounds, but with new worldwide commercial success no doubt putting pressure on their creative direction. Fall Out Boy's recent releases have followed the emo punk pop vibe firmly with thoughtful and catchy rock/pop tunes, but the wider variety of influences in their most recent work (such as collaborations with R&B stars like Kanye West) has led some to question the direction the band are heading in, which wasn't helped but a recent cover of the king of commercial music Michael Jackson's 'Beat It', that had many serious emo types frowning deeply under their stylish fringes.

 

So emo punk is in part a revival of the emocore vibe of the 1980s, and in general describes the more energetic and rebellious section of the youthful emo scene. Basically those emo punks are those who are not content just to sit and home and listen to records and talk about music, but who want to get out there and be an active part of culture and society.

Emo Girls, Hot Emo Girls

The emo style is a really modern and individual way to dress, and you can have a lot of fun planning your emo wardrobe, makeup and hairstyles. You don't have to be fully immersed in the emo scene to enjoy listening to some of the bands and wearing related styles, but remember that anytime you adapt a different and rebellious style you may get comments from people, and some of these will likely be negative. You should always choose a style that you feel comfortable in and one that compliments your personality, and then even if people are rude to you, you can just brush it off as you are being true to yourself. The same goes for you as well, other styles are just as acceptable as emo, so don't be rude to people you think of as being unimaginative, preppy or shallow.

 

There are some common themes in the style of emo, and this can be a good place to start planning your own emo look from. Emo hair is a big part of the style, and for girls this is a chance to get really inventive. Emo hair is always in good condition, with razor sharp choppy layers, so make sure you get a good professional cut before you start styling at home. The fringe is normally long, so it frames and drapes over the face, but you can do anything you like with the layers, and create interesting textures having a mixture of long and short layers. Emo hair is normally very straight and glossy, but if you have a longer style you can jazz this up a bit with curly, crimped or combed back sections, and tie up pieces with funky clips and hair grips. Straight braids and ponytails are not normally a feature of emo styles, but they can be combined as small parts of an overall style. Spiky hair is also common in emo hair, but these should be smooth and sleek, rather that the messy spikes of the punk style. In terms of colour the basic tone of emo style is jet black, but this is normally brightened up with lots of highlights or lowlights in a variety of funky colours including electric blue or green, neon pink and white blond.

 

Emo clothes are split into two main styles, street style and glam. Street style is the short of thing you might wear to college or just round a friends house, tight dark jeans with funky belt, band t-shirt, black or stripy jumper/hoody, and canvas sneakers or skate shoes. Skirts are normally teamed up with stripy long socks or leg warmers, and pumps or sneakers. Glam style is what you would probably wear to a gig or night out, or if you are out to lunch with friends. Smart shirts with an edgy cut in black or a very bright colour, ties for that sexy/smart St Trinians look in contrasting colours and funky patterns, designer tight jeans and some killer black or red high heels or wedge shoes. Glam styles are always accessorized to the max, so go crazy with belts, bangles, necklaces, hairgrips, and badges - basically the works!

Emo Boys, Hot Emo Boys

Is it just me, or are emo boys really hot at the moment? That combination of funky clothes, super stylish hair and 'I don't give a damn' attitude is so cool, and I never knew how good a little kohl could look on a guy - intense! Also I love that whole aloof yet vulnerable attitude as well that is so attractive, and those boys are smart too and not just interested in the latest lads mag, you can actually have a meaningful conversation with them!

 

So how do you spot an emo boy then? Well firstly it's all about the hair. It should be straight, choppy, glossy and textured, with a long floppy fringe to frame the face. Black is the base colour for all emo styles, but most people get inventive with highlights/lowlights and big chunks of colour in anything from electric blue, neon pink, white blond to scarlet red. Most emo boys are really in to spikes as well, so hairstyles will be textured, combing smart razor sharp layers with spikes and sweeping fringes. Emo hair is always well styled and in tiptop condition, and scruffy, badly dyed hair in garish colours is more punk than emo. Secondly emo boys love their clothes and this can range from serious emo music lovers who wear band t-shirts, tight dark jeans and classic emo black hoodies, to seriously glam emo boys who love to dress up in sharp shirts and ties, normally in contrasting colours like black and red, and also lots of accessories including belts, studs and bangles. Emo boys are not shy of using a little make up too, and a smudge of kohl round big dark eyes is incredible sexy, and dark nail polish really suits those boys with strong, elegant hands. It can be tempting to go over the top with make up though, and too much eyeliner is straying into Goth territory and is a bit more scary than sexy!

 

If you fancy an emo boy, its best not to rush straight up to him and ask him out, instead subtly find out what he is interested in from friends, and look for clues such as band names on his bag or t-shirt. Once you know a bit about him you can start up a meaningful conversation, emo boys are often pretty thoughtful and deep, and don't tend to want to talk about inconsequential things like what was on TV last night and general gossip. It is especially important do to some research if you are not emo yourself, and making sure you are up on the scene will mean you have something intelligent to bring to the conversation. Also try not to babble on as he will likely find this a bit shallow and irritating. Keep it cool and friendly to start with and don't pressure him by following him around and staring at him all the time. A few flirty smiles when you happen to see him and a quick hello can be much more effective then running up to him everywhere he goes, as it will keep a little mystery and make you interesting rather than annoying. It doesn't hurt for you to go to a few gigs you think he might also attend, as this will show him you have things in common and will give you a chance to get to know each other in a neutral setting, but don't stalk him around everywhere he goes as this will totally freak him out!

 

Most importantly try and be yourself. Whether you are emo or not, pretending to be interested in something is impossible to keep up for any length of time, and can make you look really fake and shallow. It is ok to learn more about what the boy you like is into, and you may find you like some aspects too, but keep things real and don't be afraid to disagree sometimes, as this can make for some really stimulating conversations, and emo's love to debate on all things especially music and identity.

Emo Art

I hate to say it, but proof that emo's are just that little bit self obsessed can be seen in the main bulk of art and photography that is generated from the emo culture - its pretty much full on portraits and self portraits in a range of 'cool poses'. Not all emo art is quite obsessed with the self of course, but if you search on the Internet for this type of art then do you get a heck of a lot of pictures of attractive looking people with funky hair and clothes, drawn in a similar high colour, sketchy style, sort of like an emo fashion plate series. Also you see quite a few reoccurring motifs, such as hearts and skulls, and similar colour combinations like black and red.

 

A lot of the emo self portraits out there tend towards idealised versions of the self and on the surface this does seem a bit self obsessed and narcissistic, but the emo culture is all about exploring emotion and the human psyche, and self portraits are a critical expression of self perception and personal psychology. Throughout history artists have been motivated to record themselves at various stages of their lives, the canvas acting as a snapshot of the inner turmoil's and desires of the mind. When an artist creates an idealised version of themselves they are actively questioning their own identity, trying to resolve how they feel inside with their appearance to the rest of the world, and also at times expressing the inner desire to be someone different, perhaps someone they see as 'better'. Self-portraits are also a way of working through identity, and for some people belonging to a group and having clear visual ideas of who they are can be very comforting Drawing yourself and friends wearing certain clothes and hairstyles can help reaffirm your own identity, especially at vulnerable moments in your life, and by then assuming these clothes and hairstyles in real life you can create an instant sense of belonging.

 

However not all emo art is purely about the self, and other examples in this genre explore the music behind the culture. Posters, album covers and concert flyers for emo bands are all very creative and stylised, and again often have a sketchy, highly coloured and almost cartoonish feel, with lots of symbolism that includes hearts, crosses, daggers and skulls. For example Fall out Boys new album 'Folie a Deux' (to be released in Dec 2008) features a cartoon picture of a person in a bear suit giving a piggyback to a bear. The album title 'Folie a Deux' refers to a type of clinical madness and literally means 'a madness shared by two', in which a psychosis (such as delusion or paranoia) is shared by two people, and even transmitted from the one person to the other in some cases. As this was originally due for release to coincide with the American elections, it is not too unlikely that this may be a subtle comment on the fever and hysteria that typically surrounds American politics during this time.

Emo Clothing

Emo kids typically dress to express their inner feelings to the world. For example, my friend commited suicide a year ago, and for a few weeks after that I would wear a black tight shirt (tight meaning 2 sizes too small). And black jeans with my friends name written all over them in white-out. Emo kids don't pick out outfits ahead of time, they wear whatever they want, whenever they want. Almost everything has a sentimental or personal value. And a lot of the stuff you see will have cutom markings, or drawings done on them. They do NOT dress to stand out, or to look different. It's all based on how they are feeling when they put that item of clothing on. Although, a lot of emo kids will always be found wearing a dark style. The style includes: -Tight shirts with either NO logos or emo bands - such as Fall Out Boy or Hawthorne Heights. -Tights jeans with faded colors, usually black. -Bracelets, or necklaces with sentimental value. Emo's just don't put on things to make them look cool. -Belts, usually checkered with an awesome looking belt buckle. To sum it all up, emo's have their own sense of fashion. It's ALWAYS unique and ALWAYS has a personal side to it.

 

 และนี่สำหรับผู้ที่อยากจะเป็น EMO Girl or Boy นะคะ

 

How To Be Emo

Music

Emo is first and foremost a music genre so you need to be involved in the music scene to avoid being called a poser. Learn to play an instrument! Or at least buy one! If you can't play you can always claim to, and you will gain instant credibility by merely owning it. Just take lots of picture of yourself holding it at creative angles to post on the internet. Can't afford a guitar? Write lyrics! Emo poetry can cover a wide range of emotions but focus on the bad ones. Sunshine and lollypops isn't very emo, so be sure to only write when angry or sad. Use poetry as a way of venting your problems. Don't have any problems? Make them up! Complain about how your comfortable suburban life is making you feel disconnected from the real world and disillusioned with life. Keep a bleak outlook on life and soon you will be writing tonnes of emo poetry! The type of bands you listen to strongly reflect on you as an emo. Bands like My Chemical Romance and Fall Out Boy are a good bet, but it's more credibly to listen to obscure unsigned bands with names like Reservoir Death. If the music is loud and the lyrics are miserable; its emo.

Hair Colour

Natural hair colour isn't very emo. In order to be a real emo you will need to dye your hair. Jet black and bleach blonde are very good bases, you can then add in strikes of different neon colour to really showcase your originality. Emo is all about standing out so don't be afraid to try more than one colour...but don't go too mad! Or else you'll be more Nu Rave than emo!

Hair Style

Usually around chin length in a reverse mullet (i.e. longer at the front) but can be long with lots of choppy layers. The trademark of an emo haircut is the bangs/fringe which covers ? of the face at an angle. You must cover at least one eye, this shows that you do not want to see the world or have it see you. Experiment with your hair, spike it up and give it lots of volume; You can even back comb or tease it. Finish it off by wearing lots of cute bows and Alice bands...this looks extra emo if you're a guy!

Dress Emo

You need to dress to reflect your mood. Emo style is a combination of punk and goth so much like your hair your clothes should be black with the occasional neon stripes or polka dots. Band logos are very emo and converse are practically mandatory. Nothing should fit you properly: tee-shirts a size too small, hoodies a couple of sizes too big, and most importantly jeans in a size your eight-year-sister would have trouble getting into. For accessories studded belts, fingerless gloves, band pins or badges and enough bracelets and bangles to cover your wrist; to give the illusion that you self harm.

Make up

EYELINER! It doesn't really matter what else you do to your face as long as you have lots of eyeliner on its emo. Put plenty all over the eyelids, under too. If you look like you've been punched; you're there. Apart from that just go as pale as your natural skin colour will allow and wear black nail polish.

Attitude

Attitude is everything. Typically you will be expected to be depressed and insecure. But it's more important to be sensitive and quiet. Avoid confrontation; you have to be introverted and too wrapped up in your own emotions to care about the opinions of others. But you can defend your opinions viva the internet provided you get very emotional about doing so.

 

ต่อไปเป็นช่วงที่ทุกคนช้อบบบบ...ชอบบบบบ (^o^)

!!! ดูรูปสวย ๆ คะพี่น้อง !!!

 

EMO BOYS

For Examples.

ชื่อ Dethz คะ (^o^) Jinsn ได้พบเจอและคุยกับ Him มาแล้วบนเว๊บไวต์ www.imvu.com คะ อยากพบเค้าเข้าไปดูในHomepage Jinsn ได้ที่ http://www.imvu.com/catalog/web_mypage.php?user=13086177

และต่อไปคือ The most Hottest EMO Boy & The most popular EMO Boy Ever...

ALEX EVANS

เห็นอย่างงี้แล้วอย่าหาว่าเป็นแค่เด็ก EMO ธรรมดา He นั้นมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับ Jinsn เองคะ และต่อไปคือ Profile ของเค้าคะ...

he is a boy.
his parents called him Alexandre.
he turned 17 years old on july 30th.
he lives in Montreal, canada.
he is an independant person.
he loves to think, and to be alone.
when he has something to say, he does.
he has a photography portfolio.
writing is a passion for him.
music is something he listens to all the time.
avril lavigne is his hero.
he has over 115 000 friends on myspace.
he has a 15 years old sister.
he doesn't get along with a lot of people.
he created
Heartbreaker Clothing.
he loves to read books.
love is something he finds hard to understand.
dawson is the college he's going to..
he's always right when he says something.
he doesn't trust a lot of people.
he has a deviantart, just cause he loves arts.
people judge him, but dont know him.
he is actually writing a book.
clothes is something he shouldnt buy that much.
he doesn't download but buy music.
his ipod is a good friend of his.
he has a LG prada cellphone.

เห็นมั้ยหล่ะว่าเค้าธรรมดาซะที่ไหน เนี่ยคือแบบอย่างที่ดีที่ชาว EMO ควรเอาเยี่ยงอย่างคนหนึ่งคะ (^o^) หาเงินหาทองเข้าเป๋าตัวเองได้ตั้งแต่เด็ก ไม่เหมือนเด็กไทยไฮโซที่ยังต้องแบมือแบเท้าขอเงินพ่อแม่ใช้ไปวัน ๆ (เรื่องจริงไม่มีโกหก อาจเป็นเพราะการเลี้ยงดูที่แตกต่างกัน รวมทั้งความคิดด้วย ที่พ่อแม่ชาวไทยนั้นห่วงลูกอย่างกะไข่ในหินมากจนเกินไป)

233495206a4082450360b389263083l.jpg Hot Emo Boy Wearing A Hoodie image by TheBirthOfMyDemise

emo_boy.jpg nick image by shiva1225

55555+ อยากเห็นอีกมากมาย ก็ต้อง Request คะ (^-^)

ต่อไปก็ของสาว ๆ EMO แล้วคะ

emo-girl.jpg emo girl image by nishita_143

..และนางสาว "ฟักแฟง" สาวไทยของเรา..

 

และแน่นอน Jinsn ก็เป็น 1 ในสาว EMO เหมือนกัน(รึเปล่า? ต้องดูจากภาพข้างล่างแล้วหล่ะคะ ผู้อ่านและชม ช่วยกันตัดสินด้วยนะคะ m(_ _)m) ตรงตามที่คุณผู้เขียน website " emo-love " ทุกประการ (ไปข้างนอก สยาม, สยามพารากอน หรือที่ไหน ๆ ก็แต่งอย่างข้างล่างแหละคะ (เป็นเอามากตั้งแต่อายุ15 -_- แต่อานะคะ เป็นแบบJinsn อย่างงี้ แต่งตัวเยี่ยงนี้ พ่อแม่ไม่ค่อยปลื้มสักเท่าไหร่ เพราะมัรแต่งหน้าจนหน้ากลัว ทาตาดำ ๆ เซ็งเดสคะ but THIS IS ME !!!!!) บางที บางวันพี่น้องชาว exteen ที่นี่อาจจะเดินผ่านJinsn หรือพบพานก็ได้นะคะ เจอกันละก็ทักทายได้คะ ไม่ว่าไร (^o^) -Love&Peace-

OohSexyLady.jpg Jinsn Ver.Sexy picture by Jinsn
PrettyLittleDevil2.jpg Pretty little Devil picture by Jinsn Boy.jpg picture by Jinsn Image031.jpg picture by Jinsn
1.ชุดไปแดนซ์กระจายที่ปาร์ตี้เลี้ยงรุ่น (>v<)
2.อันนี้ใส่ตอนไปParagon ถ่ายรูปเล่น ๆ รอพี่ชาย
3.พึ่งไปตัดผมมา เลยทำทรง EMO BOy เล่น ๆ ดู (ดูเหมือนว่างจัด แต่จริง ๆ แล้วพึ่งไปลุย Shopping กับเพื่อนสาวมาคะ (-__-;)
4.ภาพปัจจุบันล่าสุด หลังจากไปตัดผมมาใหม่ อยากได้ทรงนี้ ดันไปได้ทรงบ้าบอคอหักอะไรมาก็ไม่รู้ (TT^TT) อย่างที่เห็นแหละคะ
สุดท้ายอันนี้ชอบมาก ๆๆ (^o^) (อย่าหาว่าบ้าหลงตัวเองนะคะ แค่ชอบภาพที่ถ่ายออกมาเท่านั้นเอง (>.<))
WithFingersJinsn.jpg picture by Jinsn
นี่ก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งของแฟชั่นที่ทำให้ใครหลายคนหลงใหล และอยากจะเป็น ไว้โอกาสหน้ากลับมาพบกับJinsn ในแฟชั่นที่ทุกคนชื่นชอบ ไม่รู้ว่าจะเป็น Hippie หรือ Gamguro หรือจะเป็นอะไรที่ประหลาดกว่านี้ !
ยังไงก็หวังว่าจะให้ความเพลิดเหลินทั้งด้านการอ่านและเป็นอาหารตาให้กับใครหลาย ๆ คนบนนี้นะคะ ! BB :3

edit @ 30 Mar 2009 00:04:56 by Amai Ochiki

edit @ 30 Mar 2009 00:05:56 by Amai Ochiki

! HellO DudeS !

posted on 25 Mar 2009 17:54 by 8i8-nobara-8i8 in FRIENDS

! Sawadee Ka !

.....(^/\^).....

.I mean ' hello ' in thai language.

 

This blog will have 2 languages or 3 or 4 languages -SOON-.

I did this for my friends that's living in other countries or here in Thailand.

That's why I typed it all in ENGLISH (^o^) So, they can understand it all (^v^).

 

Don't like to say so much introduction (-_-) maybe 'cus I'm not good @ it (>v<) !

 

Okay, Let's talk talk talk about FRIENDS (^o^)

 

Many people always ask me "You know HIM !?" or "You know HER !?".Oh yeah, I know them all (-_-) WHY ?

Yeah, I know myself.I'm not looking-good like them.This is the reason I can't be 1 of their friends ? If it were real, I will cut myself !

I have alot of friends in real life & on the Internet.Some people are GOOD & some people are TERRIBLE.About HANDSOME/BREATH-TAKING & HIDEOUS.I have them too. (^v^)

But I care about their habits(MAIN POINT (-_-)) not only their faces.

And yeah, from my old entry "My super HOT friends" <---I've already deleted it.But this 1 look like that entry too but have more informations/pics. and other languages (^o^) (I hope u like it Yuichi ;) so you can read it and understand it all liked other people on here(I mean thai people (^-^))

Yeah, if you are 1 of my friends, you must really excited about it.'Cuz I don't like to say about my friends much...'cus I don't want to offend them.Hope you all understand it, PLEASE~ But this, I will tell you all here on exteen.com and other guys who come to my blog (^v^)

 

My Top Friends....

Of course, must be my good friends @ Chitralada school (CD 40).

-Nymph (^o^) !

She's 1 of my best friends (right now & maybe ever~).Cute little girl have thai blood 100% ! If you see her face you should say to yourself that she is " THAI STYLE ".Anyway, She always cheerful.Always make other people happy & talkative too ! (^o^) & yea, we're CHILDHOOD FRIENDS since I was 4 years.

-PaPann or Rie

She's 1 of my best friends, too.Cute little girl ! Everyone always tell her that she really look like Nymph.And I agree.She's cosplayer that many people here in Thailand know (^o^).We're CHILDHOOD FRIENDS Since I studied in primary 1 @ Chitralada school.

-Numfon

Nerd girl but she's looking-good.Her habits can describe ONLY " NERD ".She's a good girl, always help others as much as she can do for them, hard working & many good habits ! You can think ! Oww...she has a bad habit too.But it's so FUNNY (for me or maybe you too (>v<)).She's Devil Eater (^o^) always eat everything on the table as fast as hurricane (OoO) ! That's makes me "SHOCKED"...And yeah, we are CHILDHOOD FRIENDS.

-Por

He's a boy that can't choose his gender yet.He always answer other people & his friends too that "I will find the answer what I am".But....(-_-) Almost of your friends(me too) know you are not a man 100% but you are not Lady boy too.Maybe he's bisexual.I don't really know it yet.What he is.But anyway, he is a good friend, clever, nerd(more than Numfon) and gossip boy (>v<).I always sit down next to him and talk talk talk ! really FUN ! Yep, we are CHILDHOOD FRIENDS since I was 4 years.

-Neen

She's so gentle, quiet, clever, optimistic and many more ! (^v^) She's so TALL ! but she doesn't like Milk (O_o) but She's TALLLLL !!! (You get it !?) (TT^TT) I want to be tall girl like her ! aaaah ! BACK...to her info.Yea, when I saw her 1st time since I was 11-12 years.Ummm....you know, everybody who sees new classmates in class.You must want to know his/her information as much as they can ask from her & she/he answers it all.I'm the 1 in this type (^o^)(>v<).I and June walked to her and asked her many questions but the question that's makes me look idiot is "What's your name ?" and she said.."My name's Neen"...BUT I always called her 'Nee' until my classmate name 'Piggy' told me (o_O)!! She's my CHILDHOOD FRIENDS too.

-Praew

She came to Chitralada school same year as Neen.She's so fun, talkative, american girl, cheerful, clever and many more (^o^).I often hang out with her when we have time and other of my best friends (^o^).Now, She's studying in Texas, USA.I hope she will be back SOON ! Have alot of things to talk with her ! About CD40 last year and many things ! (>v<) Can't wait.

-Kaew

She was my new classmate when I was 9 years.She's Bisexual.Loves Animes, Fictions, Figures, Comics and Music.She really loves TOKIO HOTEL ! Especially Bill ! She's so quiet.But nowaday...She's talkative ! Because of my friends ' RIE ' ! (=[]=) !! We often hang out together, takes lot of photos everywhere we can take it & some place that we shouldn't too ! (>v<)/ It was really funny stories 2 years ago, when I and Kaew and Rie were studying in grade 10.Bank is Rie's boyfriend.He was really angry his girlfriend so much ! Because Rie was closer to Kaew ! (>v<) Unbelievable ! he thoght that they are going to be lesbian ! But Rie is not.& Kaew liked I told you on above.

 -Pound

She looks like a man.Why ? her face looked like Kang Ho Dong a famous comedian in Korea XD ! But She hates Korean.Everything all about Korean.I think because she hates Bai-Fern.(She was annoying.If she hear something about Korean or Dong Bang Shin Gi.She will really active & can't shut up her mouth <---That's make all classmate feel upset with her.Almost people doesn't like her).She a gossip girl.She knows everthing that I & other of my friends never know (o[]o) !!! & She loves Shopping !

& other friends in CD40.

You are always be my friends ever&ever but you're not my TOP friends yet.So, I & you all must spend time together more than this day.I know you all can be my BEST friends too but some....(-_-) can't be...BECAUSE I HATE YOU  ! (His name is Pleum -Sirawit Sanworibut- he's son of Siam Sanworibut.His father is the president of Dara Video company).I have a reason.I have a big problem with him before all classmates in my grade 12.

And next for my friends TOP friends on Cyber World (^o^) Hope to see u all so REAL !

-Michael Jorgensen

He has a blond hair & blue eyes.He's tall ' 180-185 cm '(OoO).He's older than me.He was born da same year as me(1991)He has a problem with his back.So that's why he can't play any sports but some sports I think he can play it too.He likes to play tennis.He has only mother that he can look after.His father died since he was young.(u_u) He's kind, polite, cheerful, cute, mercy, fun and funny.Can tell about his good habits more than 1 A4 ! (^o^) I like him.He's good guy that Girls would like to be come 1 (^v^).for me !? LOL, I want to be only his Best friends.That's enogh for me(I'm not a good girl...I know myself).We always talk together when we have time about everything.Oh ! He's KPOP Biggest Fan (^o^)/ I met him on IMVU.com (^v^)

-Jessica Soler

She's so cute(she can be Cawaii girls.), polite, friendly, cheerful, hard working and many moreeeee ! She's a good girl that you all should know & be friends.(^o^) She can be a Super model too ! She's so TALLLLLL~ (OoO) !!! She would like to go to Japan ! And now, she wants a scholarship to get there.If somebody here has any advices please TELL ME.I will tell her about that advices that u give it to me.THANK YOU SO MUCH before hand(^/\^).& yea, Where I met her as 1st time ? IMVU.com I always talk with her on MSN, facebook, IMVU, MySpace or Skype (^-^)

-Eric Pan

He's a New York boy.Oh ! Yea, he's asian.He's cool and cute boy.He told me that he's so talkative and have alot of friends on the Internet but in his real life.he doesn't has alot of friends.But anyway, he must have something hide me.But yea, you know I don't want to offend him(other of my friends too).& I want to see him as soon as possible in NEW YORK.Why ? I have a house in NEW YORK and next to it is NEW YORK ! Woooo~ ! (>v<) Haha ! I met him on IMVU.com (again!)

-Yuichi Kagami

He's japanese boy in USA.He's so sweet, cute, cool, awesome and blah blah blah~ (^o^).U guys should talk with him too ! You will stick with HIM ! Liked UHU (>v^).He has 1 sister.Owwww...he's gamer too (^v^) if somebody here interest the same way as him.You should be his good friends too.I'm sure (he's friendly so don't be shy to talk with).And yeah....from many NEWS on IMVU.com I heard many girls talk about him.(That's mean he's POPULAR ! WOW !) and yea, he knows some of them(his fan club).I don't want to say this but my teacher & my teachers friends like him much and want to talk with(so, they all registered IMVU and find him.OMG ! Girls can do anything for their LOVERS ! so scared (if I were a boy (^-^;)).Where i found him ? IMVU.com (Again and Again !).hehe(^v^)

-Nicole Rachinger

She's my german penpal.We always talk through the letter(so old way, but classic (^o^)).yea, She sent me alot of cute stuffs, chocolates, bracelets, necklaces and many things ! She's so sweet, polite, friendly, active, hard working, good, cheerful and love her family so much.I have her email but I never see her appears on MSN.But that's okay ;) I like to talk with her through letters so I can send some cute stuffs from THAILAND to her hometown Weisborg, Germany.She's younger than me.Don't have any boyfriends yet liked ME ! yea, we have same interests.I hope she comes to Thailand or I hope I can go to germany soon!!!!

-Feena

Half way to everywhere..

She's so pretty cool girl.She's a model and cosplayer that everyone in Germany & in other countries know.She's so kind and friendly to everyone.(TTvTT)I'm really glad that I met her ! i found her on cosspace.com and we get closer and closer then now WE ARE BEST FRIENDS that can share or solve problems or talk about everything ! We have the same ambition ' Want to have our clothes store and sale it all on the Internet & in Germany.This store made for cosplayers and I decide to sew clothe for another costumers (^o^) Now, I still keep in touch with her.Yeah ! 'cus we are FRIENDS !

This is a few of my TOP friends that I post on here.If I have more time I will post it all (>v<) So, don't worry if you don't see your name on here.

By the way, I still love you all ! -MY FRIENDS- !

xoxo

 

((Ummm.....I think....some of you (readers) must think I'm a lesbian or bisexual or whatever.But I tell you the truth....I'M NOT LESBIAN :P))

*And sorry about pics.(u_u) I tried to find their pics but I couldn't find it (TT^TT) !

Fatal Frame III The Tormented (part 1)

posted on 08 Mar 2009 14:13 by 8i8-nobara-8i8 in GAMES

Fatal Frame III

The Tormented

Sawadee อีกครั้งคะท่านผู้อ่าน Jinsnก็กลับมาพร้อมกับข้อมูลเนื้อเรื่องของ Fatal Frame 3 นี้แบบอย่างละเอียดดังเช่นภาคก่อน ๆ คะ ภาคนี้ก็มีการพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดคือภาพนั้นสวยงามขึ้นแยะ ฟังก์ชั่นของกล้องก็ดี ผีก็เร็วขึ้น เรื่องก็มากขึ้นตามไปด้วย ที่สำคัญมีตัวละครเอกให้เราได้เล่นกันถึง 3 ตัวเลยทีเดียว ! (ภาคนี้ขอบอกเลยว่านั่งเล่นเดี่ยว Noตัวช่วยและกองเชียร์ใด ๆ สุยสุดฤทธิ์ Fatal Frame ใส่ผีทุกตัวทุกShot ไม่งั้นไม่ตายสักที)

ได้แก่...

Rei Kurosawa

อายุ 23 ปี เป็นช่างภาพอิสระ เธอใช้ชีวิตอยู่กับการมุ่งแต่งานและอาศัยอยู่กับผู้ช่วยของเธอ Miku Hinasaki Reiนั้นเป็นลูกหลานของ Sae Kurosawa(มีอยู่ในภาค 2) Reiเป็นคนที่มี Sixth Sense ดีมากและมีกล้องที่มีความสามารถพิเศษสูงอยู่ด้วย ตั้งแต่คู่หมั้นของเธฮนั้นเสียชีวิต เธอเริ่มต้นมีฝันร้ายในบ้านหลังหนึ่งที่มีชื่อเรียกว่า "คฤหาสน์นิทรา"(Manor of Sleep)

Miku Hinasaki

อายุ 19 ปี เป็นผู้ช่วยของRei Mikuนั้นคิดว่าเธอสูญเสียสัมผัสพิเศษไปตั้งแต่เธอเสียพี่ชาย Mafuyu ไปในวันนั้น แต่ในตอนนี้(ภาค 3)พลังของเธอที่หายไปได้กลับมาอีกครั้ง Miku นั้นเป็นคนที่มี Sixth Sense แรงที่สุดในบรรดาทั้งสามคน(คือ Rei Miku และ Kei) เธอนั้นมีฝันร้ายของคฤหาสน์นิทราตลอดทุกครั้งที่หลับลงและเหมือนเข้าไปอยู่ในHimuro Mansion ที่ซึ่งเธอเห็นพี่ชายของเธอจริง ๆ

Kei Amakura

อายุ 26 ปี เป็นนักแต่งเรื่องแปลงเรื่องทั่วไป Kei นั้นเป็นเพื่อนของ Yuu และ Mafuyu และเค้านั้นถือเป็นลุงของสองสาวฝาแฝด Mio และ Mayu ทางฝ่ายแม่ของพวกเธอทั้งสอง และในตอนนี้(ภาค3)เค้ารับดูแล Mio เพราะแม่ของเธอ Shizu กำลังป่วยหนัก ความเกี่ยวข้องทั้งหมดของเขากับหลานนั้นทำให้เข้าโดนลวงเข้าไปอยู่ในความฝันที่เลวร้ายด้วยเช่นกันเกี่ยวกับหมู่บ้าน Minakami หรือที่เรารู้จักกันดีคือหมู่บ้าน All God

ต่อไปเป็นตัวประกอบ....(ก็ไม่เชิงคะ บางคนเป็นผู้ดำเนินเนื้อเรื่องให้เราได้เล่นกันสนุกด้วย)

 

Yuu Aso

อายุ 28 ปี เป็นนักสำรวจ เขาและ KeiและMAfuyu นั้นได้ทำการสำรวจตำนานต่าง ๆ แต่ไม่นานมานี้เค้าตายเพราะอุบัติเหตุรถชนแล้วคว่ำตายคาที่ ซึ่ง Rei คู่หมั้นเป็นคนขับเค้านั้นเป็นคู่หมั้นของ Rei และเป็นลูกหลานของDr.Kunihiko Aso 

 

Mio Amakura

อายุ 15 ปี เป็นคู่แฝดกับ Mayu และเธอมีสัมผัสที่ 6 ที่แรงกล้าไม่แพ้คนอื่น ๆ ในเรื่อง เธอได้หายตัวไปในหมู่บ้าน Minakami หรือหมู่บ้าน All God แต่เธอสามารถหาทางออกมาจากที่แห่งนั้นได้ ตอนนี้เธอเป็นหลานสาวของ Kei คนหนึ่ง และมีความฝันที่เลวร้ายในบ้านในความฝัน

Reika Kuze

วิญญาณผู้หญิงที่เป็นหญิงสาวที่มีรอยสักบนร่างกายในพิธีกรรม ทั่วทั้งตัวเธอนั้นมีแต่รอยสักแห่งความเจ็บปวด เมื่อเธอไปปรากฎในฝันร้ายของRei และเธอถูกจับโดยเชือกและทำให้เธอกลายเป็นปีศาจ

 Kaname Ototsuki/Kuze

เป็นคนรักของ Reika  ที่ตาม Reika เข้าไปในบ้านนิทรา และเขาดดนฆ่าโดย Yashuu ในห้องที่มีหนาม เขาเป็นลูกชายของ Kyouka Kuze และ Akito Kawagashi และเกิดในคฤหาสน์นิทรา แต่ถูกออกไปจากบ้านแห่งนี้และส่งไปยังหมู่บ้านที่อยู่ใกล้ ๆ ตอนอายุ 4 ขวบ

แนะนำตัวละครไปบ้างแล้ว ต่อไปจะเป็นการบอกเนื้อเรื่องอย่างคร่าว ๆ ก่อนนะคะ เพื่อไม่ให้ผู้อ่านสับสนกัน เนื่องจากมี 3 ตัวละครที่ต้องเล่นและแต่ละตัวนั้นเราจะเลือกเล่นตัวนั้นตัวนี้ก่อนไม่ได้ เพราะจะต้องดำเนินตามเนื้อเรื่องไปเรื่อย ๆ (เล่นสลับกันไปคะ)

(จากซ้าย : Shigure Kuze, Minamo Kuze, Hisame Kuze)

เด็กที่ตอกมือ

Amane นั้นดดนเปลี่ยนให้เป็นผู้ที่ตอกมือของหญิงสาวที่ถูกสังเวย Yashuu Kuze ผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าผู้หญิงของการบูชา Amane นั้นปล่อยให้น้องชายของเธอ Kaname เพื่อให้เขานั้นได้เข้าไปในพื้นที่ลับนั้นไปหา Reika แฟนสาวของเค้า แต่ถูกจับและขึงให้ตึงเพื่อให้เด็กที่ทำการตอกมือคนอื่น นั้นตอกลิ่มผ่านมือของเธอตรงก้นของประตูนรก Hisame นั้นเป็นเด็กตอกลิ่มที่แก่ที่สุดในบรรดาทั้งหมด 4 คน ได้รับการอุปถัมภ์จากหมู่บ้านข้าง ๆ หลังจากที่วิญญาณที่อาฆาตนั้นหลุดออกมา เธอปฏิบัติหน้าที่สุดท้ายด้วยการทำให้ Minamo และ Shigure เป็นแบบเดียวกับเธอ โดยทำพิธีในห้องซึ่งติดต่อกับแท่นบูชานิทราที่ไปยังเชือกที่บูชา Minamo นั้นเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดในบรรดาเด็กตอกมือ

Tengai Narumi

เป็นช่างไม้ที่รับภาระหนักของแท่นบูชา เขาเป็นหัวหน้าของช่างไม้ทั้งหมดที่ต้องจัดการช่างไม้คนอื่น ๆ ให้ทำตามคำสั่งเขาเพื่อยับยั้งวิญญาณที่อาฆาตที่จะหลุดออกมาปกคลุมโลก

โดยเนื้อเรื่องทั้งหมดที่ทั้ง 3 คนนี้เผชิญจะอยู่ในความฝัน (ประมาณแบบว่าถ้าหลับแล้วจะเข้าไปอยู่ในความฝันของตัวเองจริง ๆ *ต้องหลับเท่านั้นคะ!) โดยทั้ง 3 คนนี้เหมือนโดนของ(ตามประสาชาวไทยเรียกกันเข้าใจง่าย ๆ ) แล้วก็ต้องเข้าไปเผชิญอยู่ในความฝันร้าย เพราะดันไปยุ่งเรื่อง แตะต้องของผีเข้า(อะไรประมาณนี้แหละคะ)ถึงทำให้ต้องเข้าไปอยู่ในฝันและมีรอยสักขึ้นตามตัว หากขึ้นหมดทั้งตัวแล้วก็จะตาย.. โดยเหมือนกับว่าการที่คนที่ฝันแล้วไปอยู่ในความฝันนั้นดูเหมือยจะเป็นเหมือนแบบ...(ตัวตายตัวแทนอะไรประมาณนี้)เรียกให้ไปตายเป็นเพื่อนกัน

Yoshino Takigawa

เป็นหญิงสาวที่รอดจากเครื่องบินตก เธอรอดตายจากการเกิดเหตุนั้นแต่ครอบครัวและคู่หมั้นของเธอนั้นตายหมดและถูกนำเข้าไปอยู่ในฝันร้ายในที่แห่งเดียวกับ Rei "คฤหาสน์นิทรา" (Jinsnจะบอกรายละเอียดของชีให้อีกคะ เพราะเธอเป็นคนที่ทำให้Reiต้องตามหาเธอเองและไขปริศนาต่าง ๆ)

Makie & Kozoe

2 แม่ลูกคู่นี้ ถูกนำเข้าไปอยู่ในคฤหาสน์นิทรานี้เพราะว่าสามีของเธอนั้นตายในระหว่างที่พยายามจะเก็บลูกบอลของKozoe ลูกสาว

 

Yashuu Koze

เป็นหัวหน้าของคฤหาสน์นิทรานี้ เธอเป็นแม่ของ Kyouka และเธอได้สั่งการให้เด็กตอกลิ่มทั้งหมดนั้นทำงานหลายๆ  อย่าง

 

Kyouka Kuze 

เธอเป็นลูกสาวของ Yashuu Kuze เธอถูกให้อยู่ในคฤหาสน์เเละสืบสายของKuze เมื่อมีคนข้างนอกเข้ามา เธอตกหลุมรัก Akito Kawagashi ที่เป็นคนภายนอก

 Akito Kawagashi

เป็นบุคคลที่หน้าตาเหมือนกับ Kei Amakura เขาเป็นคนรักของ Kyouka และเป็นผู้ที่นำกล้อง Obscura เข้ามาในคฤหาสน์นิทรานี้ โดยเค้าถูกฆ่าตายโดยโดนโยนลงไ